Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘tourism’

triamboy

อย่างโชคดียิ่ง, กาไม่สามารถปรับตัวเรียนรู้แสงประดิษฐ์เหล่านี้ หรือหลงระเริงไปกับแสงนี้จนลืมพักผ่อน.  มากกว่านั้น,  กากลับเรียนรู้  และปรับพฤติกรรม,  โดยการตีตัวออกห่างจากแสงประดิษฐ์ รวมถึงสิ่งเร้าประดิษฐ์มากมาย  ไปสู่รูปแบบบริบทของสิ่งแวดล้อมที่เคยอาศัยกันมาหลายชัวอายุตามธรรมชาติ. ในเชิงประจักษ์, จึงไม่แปลกใจที่สิ่งมีชีวิตอื่นนอกจาก “มนุษย์”  ,ที่เรียกว่า “สัตว์ป่า”, จึงพยายาม​ “หนี” กลับสู่สมดุลเดิม, พฤติกรรมแบบเดิม  และบริบทแบบเดิมตามธรรมชาติ, แล้วทิ้งเหลือไว้เพียงมนุษย์ในเมืองที่มีแสงประดิษฐ์เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงของประดิษฐ์ต่างต่าง.

return home

(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน ที่สวนสัตว์เขาดิน)

ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า, แสุงสุดท้ายยังคงเป็นสัญญาณที่มีความหมายต่อกิจกรรมของสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิตต่อไป,  รวมถึงนกชนิดหนึ่ง, กา.  แสงในยามน้ีคงสามารถทำหน้าที่ให้สัญญาณแก่กาในการเตือนให้หยุด หรือชะลอการทำลาย  ผ่านกิจกรรมนานาของกา,  อาจหมายรวมถึงสังคม,  เศรษฐกิจ, และการเมืองของกา.  อย่างเห็นได้ชัด, การ “ลากลับรัง” ของกาสามารถถูกยกเป็นตัวอย่างของกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบจากแสง (ธรรมชาติ) สุดท้าย, หนึ่งในเงื่อนไขของธรรมชาติที่ยังคงปรากฎอยู่.

ผลจากแสงสุดท้ายนี้, การลากลับรังของกาเป็นการสร้างสมดุล หรือดุลยภาพของกาโดยธรรมชาติ, ที่ถูกกำหนดโดยองค์ประกอบของกิจกรรมนานา  ทั้งการออกหาอาหาร,  การเกี้ยวพา,  การเลี้ยงดูลูกกา,  รวมถึงการพักผ่อน.  การพักผ่อนในระยะเวลาที่คงที่ของกานั้นยังคงดำรงเรื่อยมา, ด้วยถูกกำหนดจากแสงธรรมชาติเกือบเสียทั้งหมด.  ในทางกลับกัน, ไม่ได้หมายความว่าแสงประดิษฐ์โดยมนุษย์จะไม่ส่งผลกระทบต่อสมดุลของกา. เป็นโชคดีของกา, กาไม่สามารถปรับตัวเรียนรู้แสงประดิษฐ์เหล่านี้ หรือหลงระเริงไปแสงนี้จนลืมพักผ่อน ในอีกนัยหนึ่ง.  มากกว่านั้น,  กากลับเรียนรู้  และปรับพฤติกรรม,  โดยการตีตัวออกห่างจากแสงประดิษฐ์ รวมถึงสิ่งเร้าประดิษฐ์มากมาย  ไปสู่รูปแบบบริบทของสิ่งแวดล้อมที่เคยอาศัยกันมาหลายชัวอายุตามธรรมชาติ. ในเชิงประจักษ์, จึงไม่แปลกใจที่สิ่งมีชีวิตอื่นนอกจาก “มนุษย์”  ,ที่เรียกว่า “สัตว์ป่า”, จึงพยายาม​ “หนี” กลับสู่สมดุลเดิม, พฤติกรรมแบบเดิม  และบริบทแบบเดิมตามธรรมชาติ, แล้วทิ้งเหลือไว้เพียงมนุษย์ในเมืองที่มีแสงประดิษฐ์เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงของประดิษฐ์ต่างต่าง.

พฤติกรรมที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงการพยายามตอบสนองสิ่งเร้าขั้นสุดท้าย ก่อนการ “สมยอม” ปรับสมดุลเดิมไปสู่สมดุลใหม่. ในรายละเอียดแล้ว, การสมยอมปรับสู่สมดุลใหม่นี้จะเกิดขึ้นภายใต้ระดับเงื่อนไขหนึ่ง, นั่นคือ  การหายไปเกือบหมด หรือหมดของบริบทเดิม หรือระดับที่ไม่สามารถประพฤติตามรูปแบบเดิมได้นั่นเอง.  คงไม่เป็นที่แปลกใจเลย, อะไรบ้างที่ทำให้บริบทเดิมของกาหายไป, ตัวอย่างที่สามารถนำมาประกอบได้ชัด อาทิ  การตัดไม้ทำลายป่าด้วยวัตถุประสงค์ต่างต่างทำให้ต้นไม้ บ้านของกาหายไปจำนวนมาก, การใช้พื้นที่เดิมของต้นไม้ หรือป่ารองรับที่พักอาศัย และประกอบอาชีพของมนุษย์ที่หลายหลาย  และจำนวนเพิ่มมากขึ้น, การสร้างป่าประดิษฐ์หลากขนาดตามการใช้งานทดแทนป่าธรรมชาติ  และใช้ประกอบกับสถานที่ตามหน้าทีีการใช้งาน, รวมถึงการ “ถวิลหา” ของแปลก, ของที่เคยเป็นธรรมชาติ,  ของมนุษย์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ  เป็นต้น

ด้วยเหตุทั้งหมดข้างต้น,  กา  จึงจำต้องสมยอมปรับสมดุลใหม่ภายใต้บริบทใหม่  อาทิ  การพักอาศัยตามป่าประดิษฐ์สองข้างถนน,  การพักอาศัยใต้หลังคาบ้านของมนุษย์,  การหากินร่วมพื้นที่ใช้งานของมนุษย์  รวมถึงสวนสาธารณ, กล่าวได้ว่า  พฤติกรรมของ กา  ต้องเกิดภายใต้บริบทเดียวกับมนุษย์. ด้วยความถดถอยของสัญชาตญาณทางลบนานาประการต่อสิ่งอื่นที่ไม่ใช้มนุษย์ และการเติบโตของสัญชาตญาณทางบวกมากมายต่อส่ิงอื่นยกเว้นมนุษย์ (ในทางกลับกัน, มีการเติบโตของสัญชาตญาณทางลบนานาประการต่อเพื่อนมนุษย์  และการถดถอยของสัญชาตญาณทางบวกมากมายต่อเพื่อนมนุษย์), กา  คงไม่เป็นที่พึงประสงค์ในยามปกติ  (อาจจะต้องการในยามรณรงค์ของแปลก, โดยธรรมชาติ)  และถูกป้องกันด้วยวิธีการ,  รวมถึงเครื่องมือต่างต่างที่มนุษย์เราเราจะรังสรรค์ได้ในที่สุด.

สุดท้าย, หากวันหนึ่งในอนาคต  กา  สามารถเรียนรู้  และปรับพฤติกรรมจนสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐได้,  คงเป็นเรื่องแปลกใหม่น่าสนใจทีเดียว.  ยกตัวอย่างเช่น  กา  ตัวหนึ่งหากินตอนเวลากลางคืนในเมืองที่มีแสงไฟจนถึงเช้า, ด้วยเหตุที่หาอาหารไม่พออยู่รอดในวันนั้น, แล้วกลับไปนอนในรังใต้หลังคาบ้านมนุษย์หลังหนึ่งจนคล้อยบ่าย.  ปรากฎเช่นนี้แล้ว, เราคงต้องเริ่มแก้ไข  แล้วเรียนรู้ทฤษฎีต่างต่างใหม่กันเร็วมากขึ้น  และเร่งในวันข้างหน้า.

ปล.  ขยายความ

ความถดถอยของสัญชาตญาณทางลบต่อสิ่งอื่นที่ไม่ใช้มนุษย์  หมายถึงการลดลงของระดับสัญชาตญาณทางลบ, การตาย, เกิดจากภาวะมีอำนาจต่อรองมากกว่าโดยทุนต่างต่าง  โดยการจัดการกำจัด,  แยกออก,  และลดปริมาณจนควบคุมได้. ยกตัวอย่างเช่น  มนุษย์กลัวสัตว์ป่าน้อยลง,  มนุษย์กลัวความมืดลดลง,  มนุษย์ลำบากได้น้อยลง, และมนุษย์รับความเสี่ยงได้น้อยลง  เป็นต้น

สัญชาตญาณการอยู่รอด  ถูกกำหนดโดยหลักจาก ความอยาก ความเชื่อมั่น หรือกิเลส  อาทิ  ความรัก, ความละโมภ, ความหิว, และความร่วมมือ  เป็นต้น

สัญชาตญาณการตาย  ถูกกำหนดโดยหลักจาก  ความกลัว หรือความไม่อยาก อาทิ  การรังเกียจ, การเกลียด, การหวาดระแวง, และการอิจฉาริษยา  เป็นต้น

ก่อนที่พระอาทิตย์จะลับของฟ้า,  แสงสุดท้ายคงเป็นสัญญาณที่ไม่มีความหมายต่อการเตือนให้หยุด  หรือชะลอการทำลาย  ผ่านกิจกรรมทางสังคม,  เศรษฐกิจ,  และการเมืองอีกต่อไป,  แสงสุดท้ายคงเป็นได้เพียงสัญญาณของความสวยงามเล็กน้อยของธรรมชาติที่จะเหลืออยู่ท้ายสุดก่อนที่จะเริ่มต้นทำลายอีกครั้งในวันพรุ่งที่พุ่งอย่างไม่รู้จบ.

Advertisements

Read Full Post »

triamboy

Talay Noi

(โดยผู้เขียน  ถ่ายที่  เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าทะเลน้อย,  พัทลุง)

 

ก่อนที่พระอาทิตย์จะลับของฟ้า,  แสงสุดท้ายคงเป็นสัญญาณที่ไม่มีความหมายต่อการเตือนให้หยุด  หรือชะลอการทำลาย  ผ่านกิจกรรมทางสังคม,  เศรษฐกิจ,  และการเมืองอีกต่อไป,  แสงสุดท้ายคงเป็นได้เพียงสัญญาณของความสวยงามเล็กน้อยของธรรมชาติที่จะเหลืออยู่ท้ายสุดก่อนที่จะเริ่มต้นทำลายอีกครั้งในวันพรุ่งที่พุ่งอย่างไม่รู้จบ.

 

โชคดีเป็นอย่างยิ่ง, อย่างน้อยที่สุดธรรมชาติยังกำหนดให้ตะวันลับของฟ้า  และสายหมอกเย็นเคลื่อนตัวเข้ามาแทนที่, กฎของธรรมชาติข้อนี้เองที่ทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่ได้รับสัญญาณของการหยุด  หรือเกือบหยุดการกระทำกิจกรรมทางสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมืองเสียที  เว้นเสียแต่กิจกรรมส่วนบุคคลที่ข้องเกี่ยวกับการบริโภคเพื่ออยู่รอด  อาทิ  การบริโภคอาหารเย็น,  การอบรมสั่งสอนบุตร หลาน,  การหายใจ,  และการหลับพักผ่อน,  เป็นต้น.

 

ความมืด, ผลจากการที่ปราศจากการแผ่รังษีของพระอาทิตย์,  ความเงียบ,  ผลจากการที่ปราศจากการหยุดกิจกรรมทำลาย,  ความหิว,  ผลจากการใช้พลังงานในร่างกายตลอดการสว่าง,  ความกลัว หวาดระแวง,  ผลจากการมองไม่เห็นสิ่งรอบตัว,  สิ่งต่างต่างนี้ล้วนถูกกำหนดอยู่ในสัญชาตญาณของเราเราแต่ละคนมากน้อยแตกต่างกันไป.  ทั่วไปแล้ว,  สิ่งเหล่านี้ถูกมอง  หรือให้คุณค่าในทางลบ  ทางไม่ดีโดยเสมอมา,  ด้วยเหตุนานาประการ.  ในทางกลับกัน,  ถ้ามองให้ดี,  สิ่งเหล่านี้เองก็ให้ประโยชน์แก่เราเราเช่นกัน.

 

ด้วยความ  “ต้องการหลุดพ้นจากสิ่งต่างต่าง,  ที่ถูกให้คุณค่าทางลบเหล่านี้,  เราเรา  ผู้ได้รับการศึกษาทั้งหลายพยายามฝืนกฎ  หรือเงื่อนไขทางธรรมชาติเหล่านี้  โดยการคิดค้น  ระบบ  ส่ิงของ  ค่านิยมนานาประการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเราให้มากขึ้นต่อการดำรงอยู่ในชีวิตยามไม่ปกติตามธรรมชาติ  อย่าง  ยามคำ่คืนนี้.

FOG(โดยผู้เขียน  ถ่ายที่  ฐานพระธาตุภูสี,  หลวงพระบาง, ลาว)

 

แสงไฟ ,ถูกคิดค้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของประสาทสัมผัสของการมองเห็น,  ทำให้กิจกรรมทางสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมืองถูกต่อขยายเวลาออกไป  อย่างมากสุด  คือ  ถึงยามรุ่งสาง  เมื่อรังษีจากพระอาทิตย์เริ่มแผ่เข้ามาสูโลก  และสัตว์โลก.  ทั้งยามค่ำคืนและยามสว่าง, เราเราสามารถประกอบกิจกรรมพื้นฐานได้เกือบเสมือนกันแล้ว,  ความหลายหลาย  และยาวนานของกิจกรรมต่างต่างจึงถือกำเนิดขึ้น.  เกือบละเลยเสียหมด,  เราเราทุกคนละเลยถึงขีดความสามารถของความเป็นมนุษย์,  ที่มีองค์ประกอบกิจกรรมที่จำเป็นหลายอย่าง- ซ่อมแซม,  เสริมสร้าง,  และทำลายตลอดทั้งยามสว่าง.  ด้วยการฝืนขีดความสามารถของธรรมชาติ  รวมถึงเราเราเอง,  ทำให้กิจกรรมส่วนใหญ่จึงข้องเก่ียวกับการทำลายเป็นส่วนใหญ่  อาทิ  ทำลายพลังงานในตนเอง,  ทำลายร่างกาย  สมองตนเอง,  ทำลายธรรมชาติ,  ทำลายระบบ,  ทำลายสถาบัน, เป็นต้น

 

ก่อนที่พระอาทิตย์จะลับของฟ้า,  แสงสุดท้ายคงเป็นสัญญาณที่ไม่มีความหมายต่อการเตือนให้หยุด  หรือชะลอการทำลาย  ผ่านกิจกรรมทางสังคม,  เศรษฐกิจ,  และการเมืองอีกต่อไป,  แสงสุดท้ายคงเป็นได้เพียงสัญญาณของความสวยงามเล็กน้อยของธรรมชาติที่จะเหลืออยู่ท้ายสุดก่อนที่จะเริ่มต้นทำลายอีกครั้งในวันพรุ่งที่พุ่งอย่างไม่รู้จบ.

 

เช่นเดียวกัน,  ภูสี,  พระธาตุที่ตั้งอยู่จุดสูงสุดของใจกลางเมืองหลวงพระบาง  สาธารณรัฐประชาชนลาว,  กลายเป็นสถานท่ีสำคัญของนักท่องเที่ยว,  ผู้ถวิลหาบรรยากาศสวยงามของพระอาทิตย์ตก.  มากกว่านั้น,  ภูสีเป็นที่เคารพสักการะของชาวหลวงพระบาง  และชาวลาวเสมอมาจวบปัจจุบัน,  ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงสถานที่เสพบรรยากาศสวยงามเพียงชั่วขณะหนึ่งของนักท่องเที่ยวแต่ละคนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเปิดที่ตั้งประเทศรับชนต่างชาติมากหน้าหลายตามากขึ้น.

ปรากฎดังนี้

 

Phusi01

Phusi02

Phusi03

Phusi04

Phusi05

Phusi06

Read Full Post »

triamboy

 

สองสาวลาว

 

ด�กไม้สักการะด้วยส�งใจส�งสาว

ชื่อภาพ – สองสาวรักษ์ศาสนา  และรักเงิน


คำอธิบาย – สองสาวลาวผู้ซึ่งทำหน้าที่ดูแลรักษาวัดร่องขุ่น  วัดร้างสีขาวตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคู่กับพระธาตุพูสี  สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นที่ตั้งของตัวเมืองหลวงพระบางนั่นเอง  ด้วยงบประมาณที่ขาดแคลนทำให้วัดร่องขุ่นถูกปล่อยร้างเอาไว้  ปราศจากการดูแลจากหน่วยงานของรัฐ  รวมถึงไม่มีพระจำพรรษาด้วย

 

สองสาวลาวในรูปซึ่งทำหน้าที่ดูแลเก็บค่าผ่านทางจำนวนห้าพันกีบ  อยู่  ณ  เชิงบันไดทางขึ้นวัด  ได้เสนอตัวเป็นมัคคุเทศน์  เพื่อที่จะแนะนำ  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัดให้กับข้าพเจ้า  ระหว่างที่สองสาวลาวพักผ่อนกายพิงฝนังของโบสถ์นั้นเป็นจังหวะที่ทำให้ข้าพเจ้าได้รูปนี้มา  

 

หลังจากที่ข้าพเจ้าสำรวจ  ชมความงามไปรอบๆวัดจนเป็นที่อิ่มเอมใจแล้ว  ได้เวลาที่ต้องลงจากภูเขาและบอกลาเธอทั้งสอง  สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เขียนเป็นอย่างมากไม่ใช่การเอ่ยคำลา  แต่เป็นการเริ่มต้นการสนทนาเรื่องใหม่  นั่นคือ  การเอ่ยปากขอ “เงิน”  ด้วยเหตุที่ว่าเป็นต้นทุนของการนำเที่ยว  รวมถึงช่อดอกไม้ในมือของทั้งสองที่เตรียมไว้ให้สำหรับการสักการะพระผู้มีพระภาคเจ้า  

 

ตอนจบจะเป็นอย่างไรนั้นไม่สำคัญ  จากการนั่งทบทวนของผู้เขียนช่างน่าสงสารความไร้เดียงสาของเด็กสาวลาวทั้งสองผู้นี้  ที่ทำให้แรงจูงใจของตนเองถูกกำหนดด้วยเงิน  หรือกล่าวได้ว่าตกเป็นทาสน้ำเงิน  ไม่ต่างจากคนส่วนใหญ่ของโลก ท่ามกลางบรรยากาศการเปลี่ยนผ่านสู่กระแสทุนนิยมของประเทศ   คนลาวทุกคนต้องการเงินเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าทันสมัยเพื่อความสะดวกสบายที่มากขึ้น  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วต้องนำเข้าจากต่างประเทศ  (ส่วนรั่วไหล) โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย

 

หากพิจารณาให้ดีแล้วภาพเหล่านี้เหมือนตัวสะท้อนเหตุการณ์ใน “อดีต”  และไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุการณ์  ณ  “ปัจจุบัน”  ของราชอาณาจักรไทยด้วยหรือไม่  หากมองในแง่ดีแล้วผู้เขียนหวังว่าลักษณะเหล่านี้ของคนไทยมีแนวโน้มที่ลดลง

 

หิ้วด้วยส�งมื�ส�งสาว

ชื่อภาพ –  ร่วมใจสองมือสองสาวลาว

 

คำอธิบาย –  ยามเย็นหลังจากที่ผู้คนท้องถิ่น  หรือชาวลาวเองนั้นเสร็จสิ้นจากการทำงาน  รวมถึงแม่ค้าตลาดสดที่หมดหน้าที่ขายของไปโดยปริยาย  ด้วยที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้ทยอยกลับบ้านเพื่อหุงหาอาหารสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกคน

 

สองสาวลาวตัวน้อยผู้มีใจเอื้ออารีย์  กำลังใช้สองมือของทั้งสองคนร่วมใจกันช่วยหิ้วตะกร้าบรรจุสินค้าสำหรับขาย  ณ  ตลาดสด  ที่เหลือในวันนั้นของมารดามุ่งตรงสู่บ้านของทั้งสองก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า  และเริ่มหุงหาอาหารเช่นเดียวกับครอบครัวส่วนใหญ่อื่นๆ  เว้นเสียแต่ครอบครัวที่ประกอบอาชีพในเมือง

 

ชีวิตของเด็กในเมืองนั้นการหุงหาอาหารนั้นต้องทำแต่เย็น  โดยส่วนใหญ่แล้วก่อนห้าโมงเย็น  สำหรับหลายหลายคนเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการหุงหาอาหารภายในครอบครัวมาเป็นการหาซื้ออาหาร  ณ  ร้านอาหารนอกบ้านที่เหมือนจะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน  เพื่อแลกกับความสะดวกสบาย  รวมถึงค่าเสียโอกาสจากการที่ต้องออกไปประกอบอาชีพในยามค่ำคืน  ที่มีแรงจูงใจจาก  “น้ำเงิน” 

 

ยามค่ำคืนที่เคยหลับไหลในอดีตสำหรับหลายเมือง  แต่ด้วย  “แสงเสียง”  จากการ “พัฒนา” ทำให้บรรยากาศที่เคยหลับไหลเปลี่ยนไปเป็นความครึกครื้นสนุกสนาน  ว่าไปแล้วอาจดูเหมือนทำให้คุณภาพชีวิตคนดีขึ้น  ด้วยเหตุที่ว่าทำให้เกิดการสร้างงาน  สร้างอาชีพที่เกี่ยวข้องตามมาอย่างมาก  ทำให้เกิดกาเพิ่มพูน  “รายได้”  ที่ดูเหมือนจะเพิ่มพูนความสุข  หรือที่บางคนเรียกว่าคุณภาพชีวิตสูงขึ้น

 

ส�งสาวกระโดดโลดเต้น

ชื่อภาพ –  ไร้เดียงสาซึ่งสองสาวชาวเขาลาว

 

คำอธิบาย –  ด้วยความพยายามเข้าถึงชีวิตผู้คนในท้องถิ่นทำให้ผู้เขียนต้องพยายามกระเสือกกระสนหาทางออกจากตัวเมืองแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่ง  หลวงพระบางก็เช่นกันไม่ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นของลาว  ที่กำลังเปลี่ยนผ่านเป็นเมือง  ชีวิตผู้คนต่างกำลังเปลี่ยนผ่านทั้งที่รู้ตัว  หรือไม่รู้ตัว  แต่เกิดจากการกระทำโดยรวมของเขาเหล่านั้น  และคนภายนอกที่เข้ามา  มากกว่านั้นหลวงพระบางยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวลำดับหนึ่งของประเทศ  หากพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยว  เห็นได้ชัดว่าจากตัวอย่างข้อมูลของจำนวนเที่ยวบินมุ่งสู่หลวงพระบางมีมากถึง  17  เที่ยวบินต่อวัน  ซึ่งมากกว่าเมืองหลวง  หรือนครเวียงจันทร์

 

กว่า  15  กิโลเมตรจากตัวเมืองหลวงพระบาง  ผ่านเจ้ารถถีบสองล้อด้วยค่าเช่าวันละ  250  บาท  ยืนยันได้ว่านี่คือราคาที่ผ่านการต่อรองแล้ว  (ค่าเช่ารถจักร  หรือรถมอร์เตอร์ไซน์ในบ้านเรานั่นเอง  อยู่ที่  วันละ  1000  บาท  ต่อรองอย่างมากได้  800  บาท)  ผ่านหมู่บ้านต่างๆ  ระหว่างสองข้างทาง  ด้วยความสามารถของผู้เขียนที่ในเบื้องต้นแล้วตั้งใจว่าจะปั่นให้ถึง  20  กิโลฯ  (ขาเดียว)  แต่ก็เห็นทีจะไม่เป็นผล  ทำได้เพียง  15  กิโลเมตร  แล้วจึงตัดสินใจทำการพักผ่อนแวะพักกินเฟ๋อ  (ก๋วยเตี๋ยวลาว)  อยู่  ณ  ร้านค้าเดียวประจำหมู่บ้าน

 

ระหว่างที่กำลังลิ้มลองรถชาติเฟ๋อ  ณ  ร้านค้าในหมู่บ้านชาวเขาที่ดูเหมือนจะไม่อร่อยเท่าที่ควรในความรู้สึกของข้าพเจ้า  ได้มีสองเด็กสาวชาวเขาลาวเดินลงมาจากบ้านของตนเอง  ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของร้านค้า  ท่าทีของเธอทั้งสองดูเหมือนเป็นการเดินเล่นอย่างไร้จุดหมายอื่นใด  นอกเหนือจากความสนุกสนาน  หรือกล่าวได้ว่าช่างเป็นความไร้เดียงสาตามประสาเด็กทั่วไปในโลกใบนี้

 

ความสนุกสนานของสองเด็กสาวชาวเขาลาวทั้งสอง  ที่เกิดจากความไร้เดียงสาภายในจิตใจของทั้งสอง  ถูกส่งผ่านออกมาผ่านสีหน้า  รอยยิ้ม  ท่าทางอย่างเห็นได้ชัด  ช่างแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากเด็กที่อาศัยในเมือง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลวงพระบางที่ห่างออกไปเพียง  15  กิโลเมตรเอง  ที่ความไร้เดียงสาต้องถูกพรากจากตัวพวกเขาเหล่านั้นไปก่อนวัยอันควร  พร้อมกับการเข้ามาของปัจจัย  และเงื่อนไขที่หลากหลายจากกระแสโลกาภิวัฒน์

 

ความไร้เดียงสาที่ถูกพรากไปก่อนวัยอันควรของเด็กหลายหลายคนที่อาศัยในตัวเมือง  ด้วยศักยภาพ  หรือความสามารถของ  “เงิน”  ถูกทดแทนด้วยกิจกรรมหลายหลายอย่าง  อาทิเช่น  

 

การเลิกเรียนในตอนกลางวันสำหรับคนที่ต้องทำงานในตอนกลางใน  ตามร้านอาหารปกติทั่วไป  รวมถึงที่พักในรูปแบบต่างๆที่มากขึ้นทุกวัน  

 

การเลิกเรียนสายสามัญ  เนื่องมาจากสายตาสั้นที่มองเห็นผลตอบแทนระยะสั้น  กับรายได้ตัวเงินที่น้อยของครอบครัว  มากกว่านั้นด้วยข้อบังคับของรัฐที่ต้องมีการรับรองความสามารถทางภาษาก่อนเข้าทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  ทำให้ต้องออกมาเรียนภาษาต่างถิ่น  เช่น  อังกฤษ  ฝรั่งเศษ  ญี่ปุ่น  รวมถึงจีนตามโรงเรียนเอกชนสอนภาษาที่เกิดขึ้นจำนวนมากในห้าปีที่ผ่านมา  ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของแนวโน้มนักท่องเที่ยวที่เข้ามา  ด้วยค่าเรียนแต่ละโปรแกรมที่เริ่มต้นตั้งแต่ 2000  –  8000  บาท  ระยะเวลาประมาณสามเดือน

 

การเที่ยวกลางคืนตามสถานบันเทิงรูปแบบต่างของเด็กอายุต่ำกว่า  15  ปี  ถือว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิตเด็กเมืองส่วนใหญ่ที่สามารถหารายได้ตัวเงินได้เอง

เป็นต้น

 

ส�งสาวแลกเปลี่ยน

ชื่อภาพ –  สองสาวลาวแลกเปลี่ยน

 

คำอธิบาย –  บรรยากาศยามเช้าตรู่บริเวณใกล้เคียงของตลาดในแต่ละเมืองเต็มไปด้วยเสียงของผู้คนมากมายกำลังต่อรองราคาสินค้า  เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้ากับตัวเงิน  พบเห็นได้ทั่วไปในตลาดเกิดใหม่เกือบทุกแห่ง  มากกว่านั้นในประเทศที่พัฒนาแล้วการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์  รวมถึงสินค้าทางการเงินที่สมมติขึ้นสามารถทำการซื้อขายในตลาดที่มีการพัฒนาซับซ้อนมากขึ้น  อาทิเช่น  ตลาดอนุพันธ์  ตลาดตราสารหนี้  เป็นต้น  ซึ่งรูปแบบมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมทีนั้นมนุษย์แลกเปลี่ยนสิ่งของ  ปัจจัยการผลิต  (แรงงาน  ความรู้)  หรือสินค้ากันโดยตรง

 

สองสาวลาวในรูปก็เช่นกัน  คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของไก่กำลังงุ่นง่านกับการจัดการไก่ให้อยู่ในสภาพที่สะดวกในการเคลื่อนย้ายสำหรับลูกค้า  ซึ่งยืนอีกฟากหนึ่งที่กำลังงุ่นง่านไม่แพ้ผู้ขายในการจัดเตรียมเงินเพื่อซื้อไก่ตามมูลค่าที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้า  เงินใช้กันตามมูลค่าที่ตกลงกันนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า  และปัจจัยการผลิตได้สะดวกสบายขึ้น  (ต้นทุนการเข้าถึง  รวมกับต้นทุนสะสมของสินค้า)  นั่นสามารถอธิบายให้ชัดเจนขึ้น  ดังนี้คือ  ในทางผู้ขาย  หรือผู้ผลิตไก่  ต้องตั้งราคาของไก่โดยคิดรวมเอา  ต้นทุนสะสมอันได้แก่  ค่าอาหาร  ค่าแรงงานที่จ้างตัวเอง  ค่าคอก  ค่ายา  ค่าซ่อมแซม  รวมถึงค่าเสื่อมราคาปัจจัยการผลิต  ค่าขนส่ง  ค่าปัจจัยการผลิตอื่น  เป็นต้น  ต้นทุนการเข้าถึง  ได้แก่  ค่าของการได้มาซึ่งความรู้ในการเลี้ยง  ดูแล  รวมถึงการตลาด  ความรู้ในการได้มาของไก่  เครือข่ายของผู้เลี้ยงไก่  เป็นต้น

 

ในทางผู้ซื้อไก่  หรือผู้บริโภคนั้นต้องพึงพอใจที่จะซื้อไก่  ณ  ราคาสมเหตุสมผลราคาหนึ่ง   ตามการรับรู้ในอดีต  (ต้นทุนบริโภคสะสม)  ของแต่ละบุคคล  ผ่าน  “เงิน”  ที่ได้มาจากการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้ซื้อที่ต้องใช้ปัจจัยการผลิตต่างๆ  อาทิเช่น  แรงงาน  ที่ดิน  เครื่องจักร  หรือความรู้  เป็นต้น

 

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าในความเป็นจริงราคาของสินค้าต้องสะท้อนเท่ากับต้นทุนตามที่กล่าวมาข้างต้น  ในความเป็นจริงพบว่าในตลาดเกิดใหม่  หรือประเทศที่เปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจแบบตลาดนั้น  กลไกราคายังทำงานไม่สมบูรณ์  ไม่สมเหตุสมผล  หรือกล่าวได้ว่ายังไม่สะท้อนภาระต้นทุนต่างๆ  เช่น  หลายหน่วยการผลิตของประเทศ  หรือตลาดใหม่เหล่านี้  ไม่สามารถรวมเอาต้นทุนค่าเช่าทางเศรษฐกิจ  อาทิ  เช่น  การจ้างงานตัวเอง  ค่าเช่าการใช้ประโยชน์จากที่ดิน  บ้านของตนเอง  น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ  อาหารจากธรรมชาติ  เป็นต้น  ในทางกลับกันสินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่แล้วนำเข้าจากประเทศที่เปลี่ยนผ่านมาก่อนหน้านี้  อาทิเช่น  ประเทศพัฒนาแล้ว  ประเทศกำลังพัฒนาอื่น  เป็นต้น  ซึ่งกลไกราคาค่อนข้างทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง  และในบางประเทศทำงานจนที่เรียกว่า  “เฟ้อ”  จนเกินไป  ทำให้ราคาสินค้าที่เห็นอยู่สูงกว่าราคาต้นทุนที่แท้จริง  

 

ดังนั้นกล่าวได้ว่าในประเทศที่เร่ิมต้นเปลี่ยนผ่านสู่ระบบตลาดอย่างลาวนั้น  ราคาสินค้าที่ผลิตได้เองในประเทศนั้นอยู่ในระดับต่ำกว่าความเป็นจริง  นำไปสู่ผลตอบแทนในระดับต่ำสู่คนท้องถิ่น  หรือชนในชาติ  ขณะที่ราคาสินค้าที่ต้องนำเข้านั้นอยู่ในระดับสูงกว่าความเป็นจริง  นำไปสู่ผลตอบแทนระดับสูงสู่ผู้ผลิตต่างชาติ  อย่างที่เราเคยเป็นมาในอดีต  ระยะเวลาเริ่มต้นเปลี่ยนผ่าน  เราต้องประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ  และสังคมแห่งชาติที่ตั้งเป้าหมายการพัฒนา  โดยการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า

 

ยังร�ค�ย...โดยส�งสาว

ชื่อภาพ –  สองสาวรอคอยการกลับมา

 

คำอธิบาย –  นอกเหนือจากการพัฒนาในสิ่งต่างๆไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว  และได้รับการประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจด้านดีนี้เป็นส่วนใหญ่  ในทางกลับกันการพัฒนานั้นได้ทำให้การดำเนินไปของสิ่งต่างๆมากมายเป็นไปในทิศทางที่แย่ลง  สาเหตุหลักนั้นมาจากเงื่อนไขของธรรมชาตินั่นเอง  และรวมถึงมนุษย์ด้วย  เพื่อที่จะให้เข้าใจอย่างชัดเจนมากขึ้น  เงื่อนไขที่ว่านี้  คือ  ขีดความสามารถในการดำรงอยู่  สำหรับมนุษย์เองแล้ว  คือ  ขีดความสามารถในการกระทำกิจกรรมบางอย่าง  ในขณะเดียวกันถูดทดแทนด้วยอีกกิจกรรมหนึ่ง  หรือหลายกิจกรรมซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

ภาพสองสาวลาวน้อยที่ปรากฎข้างบน  หากพิจารณาแล้วดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอทั้งสอง  แต่จากการสังเกตความเป็นไปของครอบครัวนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้ประจักษ์  เข้าใจหลายสิ่งที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่อีกความเป็นไปหนึ่ง  วูบแรกที่ได้เห็นสองสาวลาวน้อยนั้นรู้สึกว่าช่างเป็นเด็นที่น่ารักอีกคู่หนึ่ง  บนระเบียงบันไดที่มีฉากหลังเป็นจานดาวเทียมเพื่อการรับรู้ความเป็นไปภายนอก  ที่นำไปสู่การคาดการณ์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อไป

 

ในความน่ารักของทั้งสอง  หากพิจารณาดูนัยย์ตาของทั้งสองให้ดีแล้ว  พบว่า  ไม่ได้แสดงออกซึ่งความสุข  หรือความสนุกสนาน  แต่กลับสะท้อนความเศร้าหมองที่ดูเหมือนจะสะสมมานานพอในระดับหนึ่ง  เธอทั้งสองดูเหมือนจะนั่งรอคอยบางสิ่งบางอย่างอย่างไร้จุดหมาย  หันซ้ายแล้ว  หันขวาแล้ว  ก็ยังหันสลับไปมาอย่างนั้น  ซึ่งเป็นภาพที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากสองเด็กสาวชาวเขาลาวในภาพก่อนหน้า

 

หลักจากการเฝ้าสังเกตการณ์พักนึงในเวลาใกล้ค่ำ  ได้พบว่า  แม่ของเธอได้เดินทางกลับมาจากการประกอบอาชีพอย่างสุจริต (หรือป่าว)  ในเมืองที่ที่ให้โอกาสในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว  ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทั้งประเทศ  ด้วยเหตุนี้ยิ่งตอกย้ำให้ข้าพเจ้าตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ผู้คนส่วนใหญ่เพิกเฉย  หรือละเลย  (เน่ืองจากคงมีเหตุผลพอที่จะคิด  ตัดสินใจได้  แต่เลือกที่จะเพิกเฉย  แล้วกระทำการในทิศทางอื่น)

 

ครอบครัว  ความเป็นอยู่ภายในครอบครัวมีความสำคัญไม่น้อยกว่าความเป็นอยู่นอกครอบครอบ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงาน  ยิ่งหากครอบครัวที่มีผู้คนหลายรุ่น  ก่อนที่เปลี่ยนผ่าน  โดยทั่วไปแล้วครอบครัวทางเอเชียจะอาศัยเป็นครอบครัวเชิงผสม  คือ  มีความเป็นครอบครัวใหญ่  อาศัยรวมกันมากกว่า  2  ชั่วอายุคน  ครอบครัวเหล่านี้ต้องการการลงทุนอย่างจำเป็นยิ่ง  ไม่ต่างจากการทำงาน  หรือประกอบธุรกิจ  การลงทุนนี้ต้องใช้ปัจจัยทุนหลายอย่าง  อาทิเช่น  เวลา  อาหาร  เงิน  การศึกษา  แรงงาน  มนุษยสัมพันธ์  การรักษาพยาบาลทางกาย  รวมถึงการรักษาพยาบาลทางใจ  เป็นต้น

 

การพัฒนาโดยเฉพะในช่วงการเปลี่ยนผ่านของสังคม  ทำให้เกิดปัญหาภายในครอบครัว  (ปัญหาของทุนมนุษย์)  ได้อย่างมาก  เช่น

การละทิ้งเด็ก  คนชราไว้ตามบ้านในชนบท  หรือสถานรับเลี้ยงในเมือง  รวมถึงบ้านพักคนชรา (ว่าไปแล้วการพัฒนาได้สร้างนวัตกรรมทางสังคมหลายอย่าง  อาทิเช่น  บ้านพักคนชรา  สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน  เป็นต้น)

การละทิ้งผู้พิการ  และทุพพลภาพ

การละทิ้งชนบท  เข้าสู่เมือง

การละทิ้งความสัมพันธ์ครอบครัวเชิงผสม  สู่ความสัมพันธ์ครอบครัวเชิงเดี่ยว

การละทิ้งการพัฒนาในชนบท  ซึ่งเป็นที่มาของผู้มีอำนาจในการจัดการทรัพยากร  (เพราะเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้ได้มา)

การมุ่งสู่เมืองของเด็ก  คนชรา  จากการที่ถูกละทิ้ง

การมุ่งสู่เมืองของผู้พิการ  และทุพพลภาพ  จากการที่ถูกละทิ้ง

การมุ่งสู่เมืองของทุกสิ่ง  เพื่อรวมตัวกันสร้างอำนาจต่องรองเรียกร้องผลประโยชน์  รวมถึงการเรียกร้องความเข้าใจ  ความเห็นใจ  รวมถึงใช้บริการจากนวัตกรรมทางสัมคมต่างๆ  เช่น  สถานรับเลี้ยงต่างๆ  รวมถึงสถานรับเลี้ยงนักโทษ  หรือเรือนจำ

การกระจุกตัวความเจริญ  และความเสื่อมในเมือง  ที่ภาพรวมดูเหมือนดำเนินไปได้ของมันเอง  และรอวันล่มสลายไปพร้อมกัน

 

จัดแจงข�งหน้าบ้านน่ารักโดยส�งสาว

ชื่อภาพ –  สองสาวลาวรอผู้ซื้อใจดี

 

คำอธิบาย –   การเปลี่ยนผ่านประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการปกครองแบบสังคมนิยม  สู่การปกครองโดยระบบเศรษฐกิจแบบตลาด  หรือทุนนิยมนั้น  พบว่า  ธุรกิจที่เติบโตได้ดีในช่วงแรกๆนั้นคือ  อุตสาหกรรมท่องเที่ยว  และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง  ด้วยสาเหตุหลักจากความเหลือเฟือของทรัพยากรธรรมชาติ  ที่เหลืออยู่อันน้อยนิดในโลกใบนี้  รวมถึงทรัพยากรทางสังคมที่มีรูปแบบคงเดิมอยู่มาก  ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสหลัก  กอปรกับการถวิลหาต้องการของที่มีอยู่น้อยนิดเหล่านี้ในช่วงเวลาของการพักผ่อน  และต้องการเรียนรู้คำว่า  “ธรรมชาติ”  โดยเฉพาะอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว

 

การไหลเข้าของชนต่างชาติจำนวนมากในประเทศเหล่านี้  พร้อมกับการอ้าแขนเปิดรับจึงไม่ใช้เรื่องแปลก  แต่ทุกคนต่างชอบของแปลกตรงที่ว่า  ชนต่างชาตินั้นชอบ  หรือต้องการเสพบรรยากาศ  ทิวทัศน์  ทรัพยากรธรรมชาติที่แปลก  วัฒนธรรมประเพณี  ความเป็นไปของชนในชาติที่แปลก  ในทางกลับกันชนในชาติชอบ  หรือต้องการเสพบรรยากาศของเงิน  วัตถุที่แปลก  รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่  ทั้งสองฝั่งจึงบรรจบกันด้วยความพอใจที่ดี

 

สองสาวลาวครอบครัวเดียวกันในรูปที่กำลังเปล่ียนผ่านจากอาชีพเดิมมาเป็นแม่ค้า  จึงไม่ต่างจากหนุ่มสาวลาวผู้อื่น  ที่ต้องการเสพบรรยากาศของการมีเงิน  เพื่อที่จะนำไปแลกกับการเสพวัตถุ  เทคโนโลยี  นวัตกรรมใหม่ๆ  เธอทั้งสองขมักเขม้นกับการจัดแจงเตรียมสินค้า  โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผ้าทอด้วยไหมหลากหลายชนิด  นำมาเปลี่ยนแปรรูปให้มีความหลากหลายตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคชนต่างชาติ  ที่มีรสนิยมชอบของแปลกเช่นกัน  การจัดแจงของต้องทำไปด้วยความเร่งรีบเนื่องจากสถานที่เรียกว่าตลาดนี้เดิมทีกลางวันนั้นใช้เป็นถนนในการสัญจรของยานพาหนะ  ในช่วงของเวลากลางคืนถูกเปลี่ยนเป็นตลาดกลางคืน  พวกเธอเหล่านี้จึงมีเวลาน้อยในการจัดแจงเตรียมสินค้าเพื่อที่จะให้เสร็จทันก่อนที่ลูกค้าชนต่างชาติเริ่มออกจากที่พักออกมาหาอาหารยามค่ำคืน  พร้อมกับการเลือกซื้อของแปลกเหล่านี้ติดไม้ติดมือกลับบ้าน  มากกว่านั้นพวกเธอที่เป็นแม่ค้าด้วยกันเองยังต้องเร่งรีบเตรียมสินค้าเนื่องจากว่าใครที่สามารถจัดแจงเสร็จเรียบร้อยก่อน  นั้นหมายถึงว่า  โอกาส  ในการสร้างรายได้  กำไรนั้นมีมากกว่าคนอื่น  และคาดหวังว่าจะได้รับรายได้มากกว่าแม่ค้าคนอื่นที่ยังจัดแจงไม่เสร็จ  

 

บนตลาดกลางคืนในยามค่ำนั้นจะคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชนต่างชาติ  และแม่ค้าในร้านค้าจำนวนมาก  นั่นไม่ได้หมายความว่าแม่ค้าทุกคนจะสามารถขายของได้  และในทางกลับกันไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวชนต่างชาติทุกคนที่มาแวะเวียนจะซื้อของในตลาดกลางคืนแห่งนี้  ดังนั้น  แม่ค้าชาวลาวทุกคนต่างคาดหวังว่าจะมีผู้ซื้อชนต่างชาติใจดีสักคนที่เลือกสินค้าภายในร้านของเธอ  ไม่เสียแล้วนั้นต้องกลับบ้านไปเจอสมาชิกในครอบครัวมือเปล่าอย่างผิดหวัง  ปราศจากเงินติดไม้ติดมือกลับบ้าน  แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าความผิดหวังนี้จะทำให้พวกเธอไม่สามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้  ขณะเดียวกันก็ไม่แน่ใจว่าพวกเธอเหล่านี้จะหมดภูมิคุ้มกันที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนจนไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่

Read Full Post »