Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘self-reliance’

recommendare

บทความเรื่อง  ”บทสรุปจาก”เอดีบี” เศรษฐกิจเกิดใหม่เอเชียเริ่ม”ฟื้น” แต่”จีน”ไม่ใช่ที่พึ่งของภูมิภาค”

โดย

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย

Export per GDP

ความมีดังนี้

บทสรุปจาก”เอดีบี” เศรษฐกิจเกิดใหม่เอเชียเริ่ม”ฟื้น” แต่”จีน”ไม่ใช่ที่พึ่งของภูมิภาค

ในรายงานกึ่งประจำปี 2009 ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออก (EEA: Emerging East Asia) ซึ่งครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) 10 ประเทศ, จีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน ชี้ว่าไตรมาสที่ 2 ปีนี้เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ EEA เข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่านจากภาวะถดถอยไปสู่การฟื้นตัว สาเหตุหลักที่ทำให้เศรษฐกิจ EEA ฟื้นตัวเกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล มากกว่าจะเป็นเพราะตลาดส่งออกขยายตัว

ในการประเมินเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ เอดีบีชี้ว่า ปีนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจของ EEA จะลดลงค่อนข้างมาก หรือเติบโตเพียง 3% ก่อนจะฟื้นอย่างรวดเร็วในรูปตัว V (V-shaped recovery) เฉลี่ย 6% ในปีหน้า โดยในปีนี้ประเมินว่าประเทศไทยจะติดลบ 2% มาเลเซียจะติดลบ 0.2% ฮ่องกงลบ 2% เกาหลีใต้ลบ 3% สิงคโปร์ลบ 5% ไต้หวันลบ 4% ส่วนประเทศที่สามารถรักษาการเติบโตในแดนบวกปีนี้ ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์โต 2.5% อินโดนีเซียโต 3.6% เวียดนามโต 4.5% จีนเติบโต 7%

สำหรับปีหน้า EEA ทุกประเทศจะอยู่ในแดนบวก ประกอบด้วยไทยจะเติบโต 3% อินโดนีเซีย 5% มาเลเซีย 4.4% ฟิลิปปินส์ 3.5% เวียดนาม 6.5% สิงคโปร์ 3.5% ฮ่องกง 3% เกาหลีใต้ 4% ไต้หวัน 2.4% จีนเติบโต 8%

อย่างไรก็ตาม เอดีบีชี้ว่า แม้เศรษฐกิจ EEA จะฟื้นตัวแต่ยังเต็มไปด้วยอุปสรรค ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้มุมมองเศรษฐกิจโดยรวม (outlook) ผันแปรไป ความเสี่ยงและอุปสรรคนั้นประกอบด้วย เศรษฐกิจของประเทศรวยหรือประเทศพัฒนาแล้ว (ยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น) ยังคงถดถอยต่อไปและสถานการณ์ทางการเงินโลกก็ยังตึงตัว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจของชาติรวยจะถดถอยยาวนานและอ่อนแอกว่าที่คาด และอาจได้รับผลกระทบจากการที่มีการเลิกกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วเกินไปโดยไม่ตั้งใจ

ตารางแสดงสัดส่วนการพึ่งพาส่งออกต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เอเชียตะวันออก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศที่พึ่งพาการส่งออกมาก ส่งผลให้จีดีพีติดลบมากตามไปด้วย จากการที่ตลาดส่งออกทั่วโลก โดยเฉพาะในชาติรวยถดถอย

อีกประการหนึ่งก็คือเกรงกันว่าอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะเงินฝืด ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐบาลของประเทศในเอเชียจะต้องคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเอาไว้เพื่อเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ

เอดีบีชี้ว่า ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน อาจมีแนวโน้มที่จะถูกปรับเศรษฐกิจของปีนี้ในทางแย่ลง เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการที่เศรษฐกิจของกลุ่ม จี 3 (สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น) ยังมีความอ่อนแอ ส่วนประเทศที่อาจได้รับการปรับเศรษฐกิจในทางที่ดีขึ้นในปีนี้ประกอบด้วยจีนและอินโดนีเซีย เนื่องจากจีนนั้นมีการกระตุ้นบริโภคภายในสูง ขณะที่อินโดนีเซียก็พึ่งพาการส่งออกค่อนข้างน้อย เพียง 26.8% ของจีดีพี (ดูในตาราง) ส่วนประเทศที่คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือเกาหลีใต้ เวียดนาม

คำถามหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมามากก็คือ จีนสามารถเป็นพระเอกในการฉุดดึงให้เศรษฐกิจใน EEA พ้นจากภาวะถดถอยและเติบโตได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ คำตอบจากเอดีบีก็คืออาจจะ “ไม่”

อาจจะกล่าวได้ว่าในเวลานี้จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุด โดยไตรมาสที่ 1 เติบโต 6.1% ส่วนไตรมาสที่ 2 ขยายตัวถึง 7.9% ทำให้ทุกสายตาพุ่งเป้าไปที่จีนว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่พาเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยในระยะหลายปีมานี้จีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่ของกลุ่มประเทศ EEA อย่างไรก็ตาม จีนไม่สามารถเป็นตลาดส่งออกของ EEA ได้ด้วยตัวเองโดยสมบูรณ์หรือไม่สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง เพราะสินค้าที่จีนนำเข้าจาก EEA เป็นสินค้าขั้นกลางที่จีนต้องนำไปแปรรูปเพื่อส่งออกเป็นขั้นสุดท้าย (final exports)ไปจำหน่ายยังประเทศพัฒนาแล้วอีกทอดหนึ่ง

แต่หลังจากเกิดวิกฤตการเงินโลก การส่งออก 6 เดือนแรกปีนี้ของจีนลดลง 21.7% ขณะที่การนำเข้าลดลงถึง 25.4% สาเหตุก็เกิดจากเหตุผลที่กล่าวข้างต้นคือจีนส่งออกได้น้อยลงเนื่องจากประเทศรวยมีความสามารถการซื้อสินค้าจากจีนได้น้อยลง หากตลาดโลกยังไม่ฟื้นตัว จีนก็จะนำเข้าสินค้าจากประเทศใน EEA ลดลงเช่นกัน

จากข้อมูลการค้าโลกประเมินว่า 60% ของตลาดส่งออกขั้นสุดท้ายของประเทศเอเชีย ก็คือ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น (จี 3) สะท้อนให้เห็นว่า จี 3 ยังเป็นแหล่งส่งออกขั้นสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเอเชีย ดังนั้น หากตลาดโลกไม่ฟื้นตัว จีนก็ไม่สามารถเป็นเครื่องยนต์หลักที่จะขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเอเชีย

นอกจากนี้ สินค้าส่งออกของจีนหลายอย่าง เป็นสินค้าเดียวกับที่ EEA ส่งออก เช่นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า ดังนั้น ผู้ส่งออกจาก EEA อาจเข้าสู่ตลาดจีนได้ยาก หากจีนปรับเปลี่ยนการผลิตจากเพื่อส่งออกมาเป็นการจำหน่ายในประเทศ ยกเว้นแต่ว่าสินค้าใดที่ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงจากจีนอาจได้เปรียบกว่า

หากในอนาคตจีนปรับเปลี่ยนการผลิตโดยเน้นจำหน่ายในประเทศแทนการส่งออก ประเทศที่จะได้เปรียบในการเข้าตลาดจีนคือเกาหลีใต้ ไต้หวันที่ผลิตสินค้าเทคโนโลยีระดับสูง ขณะที่ประเทศที่อาจประสบความลำบาก ได้แก่ มาเลเซีย ไทย เพราะผลิตสินค้าคล้ายคลึงกับที่จีนผลิตอยู่แล้ว และก็อย่าลืมว่าราคาส่งออกที่ EEA ส่งไปจำหน่ายในจีนจะได้ราคาต่ำกว่าการส่งออกไปยังกลุ่มจี 3

อีกเหตุผลหนึ่งที่จีนอาจไม่ช่วยยกเศรษฐกิจในภูมิภาคก็คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบันมุ่งไปที่การลงทุนในสาธารณูปโภค ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ก็คือภาคก่อสร้างและจะมีการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งจะไม่ช่วยเพิ่มการส่งออกของ EEA เนื่องจากนโยบายของจีนคือใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก เพื่อช่วยผู้ผลิตในท้องถิ่น

Read Full Post »

หลักการทรงงาน ใน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

recommendare

 

“มนุษย์สามารถเข้าถึงที่สูงสุด 3 ประการคือ

 

1.ความดี
2.ความจริง
3.ความงาม

 

ในความจริงที่มีความดีและความงาม ในความดีที่มีความจริงและความงาม ในความงามที่มีความจริงและความดี”

 

ถอดความ

จากปาฐกถาเรื่อง  องค์การที่มีคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล

 

โดย

นพ.เกษม วัฒนชัย
องคมนตรี

 

จัดโดย  สำนักพระราชวัง

 

ความมีดังนี้

 

คุณธรรม คือ สิ่งกำกับจิตใจให้ปรากฏออกมาเป็นพฤติกรรมที่กำหนดได้ว่าเป็นความดี ความจริง และความงาม

 

คนมีคุณธรรม คือ คนที่มีเครื่องกำกับจิตใจให้การกระทำและคำพูดปรากฏออกมาเป็นความดี ความจริง และความงาม

 

คนไร้คุณธรรม คือ คนที่มีเครื่องกำกับจิตใจให้การกระทำและคำพูดปรากฏออกมาเป็นความเลว ความเท็จ และความอัปลักษณ์

 

หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

1.ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ

การที่จะพระราชทานโครงการใดโครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูล รายละเอียดอย่างเป็นระบบ ทั้งจากข้อมูลเบื้องต้น จากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้องเพื่อจะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วตามความต้องการของประชาชน

 

2.ระเบิดจากข้างใน

 

หมายความว่า ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไปพัฒนาให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน มิใช่การนำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชนหมู่บ้านที่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว

 

3.แก้ปัญหาที่จุดเล็ก

 

ทรงมองปัญหาในภาพรวม (แมคโคร) ก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาจะเริ่มจากจุดเล็กๆ (ไมโคร) คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่คนมักจะมองข้าม

“…ถ้าปวดหัวคิดอะไรไม่ออก…ต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน…เพื่อให้อยู่ในสภาพที่คิดได้…”

 

4.ทำตามลำดับขั้น

 

ทรงเริ่มต้นจากสิ่งที่จำเป็นที่สุดของประชาชนก่อน ได้แก่ สาธารณสุข ต่อไปจึงเป็นเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และสิ่งจำเป็นสำหรับประกอบอาชีพ การพัฒนาประเทศต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่ก่อนจึงค่อยสร้าง ค่อยเสริมความเจริญ และเศรษฐกิจขั้นสูงโดยลำดับต่อไป

 

5.ภูมิสังคม

 

การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึง (1) ภูมิประเทศของบริเวณนั้น (ดิน, น้ำ, ป่า, เขา ฯลฯ) (2) สังคมวิทยา (นิสัยใจคอของผู้คน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น)

 

6.องค์รวม

 

ทรงมีวิธีคิดอย่างองค์รวม (holistic) หรือมองอย่างครบวงจร ทรงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง

 

7.ไม่ติดตำรา

 

การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน

 

“ไม่ติดตำราŽ”  ไม่ผูกมัดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย

 

8.ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด

 

ทรงใช้หลักในการแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด ราษฎรสามารถทำได้เอง หาได้ในท้องถิ่น และประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาคนั้นๆ มาแก้ไขปัญหา โดยไม่ต้องลงทุนสูงหรือใช้เทคโนโลยีที่ไม่ยุ่งยากนัก

“ให้ปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูกป่า โดยปล่อยให้ขึ้นเองตามธรรมชาติ จะได้ประหยัดงบประมาณ”

 

9.ทำให้ง่าย

 

ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง และแก้ไขงานการพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริโดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทรงโปรดที่จะทำสิ่งยากให้กลายเป็นง่าย ทำสิ่งที่สลับซับซ้อนให้เข้าใจง่าย  “ทำให้ง่าย”

 

10.การมีส่วนร่วม

 

ทรงเป็นนักประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชน หรือความต้องการของสาธารณชน

 

“… ต้องหัดทำใจให้กว้างขวาง หนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็นแม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริง คือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลาย มาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง …”

 

11.ประโยชน์ส่วนรวม

 

” …ใครต่อใครก็มาบอกว่า ขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้ว ส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่า คนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้แต่ส่วนรวมอย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่มีส่วนรวม ที่จะอาศัยได้…”

(มข.2514) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญเสมอ

 

12.บริการที่จุดเดียว

 

ทรงให้ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เป็นต้นแบบในการบริหารรวมที่จุดเดียว เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนที่จะมาใช้บริการ จะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยมีหน่วยงานราชการต่างๆ มาร่วมดำเนินการและให้บริการประชาชน ณ ที่แห่งเดียว

 

“…เป็นสองด้าน ก็หมายถึงว่า ที่สำคัญปลายทางคือ ประชาชนจะได้รับประโยชน์และต้นทางของเจ้าหน้าที่จะให้ประโยชน์”

 

13.ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ

 

การเข้าใจถึงธรรมชาติ และต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาของธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ เช่น การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม โดยพระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก (ต้นไม้) ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ

 

14.ใช้อธรรมปราบอธรรม

 

ทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ และแนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติ เข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดีขับไล่น้ำเสีย การใช้ผักตบชวาบำบัดน้ำเสีย โดยดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ

 

15.ปลูกป่าในใจคน

 

“…เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง…”

 

การที่จะฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนมา จะต้องปลูกจิตสำนึกให้คนรักป่าเสียก่อน

 

16.ขาดทุนคือกำไร

 

“…ขาดทุนคือกำไร Our Ioss is our gain…การเสียคือการได้ ประเทศก็จะก้าวหน้า และการที่คนจะอยู่ดีมีสุขนั้นเป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้…”

 

หลักการคือ “การให้” และ “การเสียสละ” เป็นการกระทำอันมีผลเป็นกำไร คือ ความอยู่ดีมีสุขของราษฎร

 

“…ถ้าเราทำอะไรที่เราเสีย แต่ในที่สุดที่เราเสียนั้นเป็นการได้ทางอ้อม ตรงกับงานของรัฐบาลโดยตรง เงินของรัฐบาล หรืออีกนัยหนึ่ง คือเงินของประชาชน ถ้าอยากให้ประชาชนอยู่ดีกินดีก็ต้องลงทุน…”

 

17.การพึ่งตนเอง

 

การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้เขาแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือ การพัฒนาให้เขาสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อม และสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด

 

18.พออยู่พอกิน

 

สำหรับประชาชนที่ตกอยู่ในวงจรแห่งความทุกข์เข็ญนั้น ได้พระราชทานความช่วยเหลือให้เขาสามารถอยู่ในนั้น “พออยู่พอกิน” เสียก่อนแล้วจึงค่อยขยับขยายให้มีขีดสมรรถนะ ที่ก้าวหน้าต่อไป

 

” … ถ้าโครงการดี ในไม่ช้าประชาชนจะได้กำไร จะได้ผล ราษฎรจะอยู่ดีกินดีขึ้น จะได้ประโยชน์ต่อไป …”

 

19.เศรษฐกิจพอเพียง

 

เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างความเข้มแข็งหรือภูมิคุ้มกันทุกด้าน ซึ่งจะสามารถทำให้อยู่ได้อย่างสมดุล ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง

ปรัชญานี้ได้มีการประยุกต์ใช้ทั้งระดับบุคคล องค์กร ชุมชน และทุกภาคส่วนมาแล้วอย่างได้ผล

20.ความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกัน

 

” …ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ที่มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ… ” (18 มี.ค.2533)

 

21.ทำงานอย่างมีความสุข

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุข ทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน

 

” …ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกันในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น … “

 

22.ความเพียร : พระมหาชนก

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มทำโครงการต่างๆ ในระยะแรกที่ไม่มีความพร้อมมากนัก และทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้งสิ้น แต่พระองค์ก็มิได้ท้อพระราชหฤทัย มุ่งมั่นพัฒนาบ้านเมืองให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุข

 

23.รู้-รัก-สามัคคี

 

รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหา และรู้ถึงวิธีแก้ปัญหา

 

รัก : เมื่อเรารู้ครบด้วยกระบวนความแล้ว จะต้องเห็นคุณค่า เกิดศรัทธา เกิดความรักที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ปัญหานั้นๆ

 

สามัคคี : เมื่อถึงขั้นลงมือปฏิบัติต้องคำนึงเสมอว่าเราทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือร่วมใจกัน สามัคคีกันเป็นหมู่คณะ จึงจะเกิดพลังในการแก้ปัญหาให้ลุล่วงด้วยดี

 

Read Full Post »