Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘แลกเปลี่ยน’

นโยบายเศรษฐกิจ 2009 ของ เกาหลีใต้

recommendare

 

สรุป

นโยบายเศรษฐกิจของประเทศเกาหลีใต้  ปี  พ.ศ. 2552

กับ  การรับมือภาวะถดถอยเศรษฐกิจโลก

 

ความมีดังนี้

 

 

1. มาตรการระยะสั้นเพื่อรักษาระดับการว่างงาน

 

รักษาเสถียรภาพภาคการเงินและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ลดอัตราดอกเบี้ย  เพิ่มสภาพคล่องในตลาดเงิน สนับสนุนการเงินแก่ผู้ส่งออก/นําเข้า  


สนับสนุน Korea Ex-Im Bank ในการรับประกันและค้ําประกันการส่งออกแก่ผู้ส่งออก  

 

เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อการลงทุนจํานวนร้อยละ 60 ในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ เพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่ภูมิภาค โดยเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ ปรับปรุงระบบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณใหม่ให้สะดวกยิ่งขึ้น   

 

ใช้เงินงบประมาณกระตุ้นการจ้างงาน รักษาระดับการจ้างงาน สร้างงานใหม่รับเด็กเพิ่งจบการศึกษาเข้าฝากงานมากขึ้น ทั้ง SMEs และงานในภาครัฐ รวมทั้งจ่ายเงินอุดหนุนแก่เอกชนเพื่อให้มีการจ้างงานต่อไป  

 

เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเครือข่ายทางสังคมและเศรษฐกิจ (Economic and Social Safety Net) ให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ยากจนใหม่ (new poverties) และผู้มีรายได้ต่ําที่ได้รับผลกระทบจากการหดตัวของเศรษฐกิจ    


บรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนแก่ผู้มีปัญหาที่อยู่อาศัย หรือผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ 

 

ให้การศึกษาและสวัสดิการทางสังคมที่ดีขึ้น โดยเพิ่มเงินช่วยเหลือแก่โรงเรียนเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียน รวมทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่พ่อแม่มีรายได้ต่ํา   

 

เพิ่มวงเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) และค้ําประกันแก่ชาวนา ชาวประมง SMEs รวมทั้ง ขยายโควต้าการลดอัตราภาษีศุลกากรสําหรับการนําเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่  ปุ๋ย เคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร แป้ง อาหารสัตว์  ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น 


ปรับปรุงกฎหมายนิติบุคคลเพื่อจูงใจให้มีการจ้างงานมากขึ้น 

 

2. นโยบายสําหรับอนาคต  

 

ปรับปรุงโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคการเงินและภาคเอกชน ให้การช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ในการเพิ่มทุน เพิ่มสภาพคล่องแก่ภาคเอกชน 

 

สนับสนุนธนาคารพาณิชย์แก่ปัญหาสภาพคล่องเอง โดยการเพิ่มทุน การชะลอการจ่ายเงินปันผล รวมทั้งการออกหุ้นกู้เพื่อระดมเงินทุนเอง 

 

สนับสนุนธนาคารพาณิชย์แก้ปัญหาหนี้เสียผ่าน Korea Asset Management Corp. 

 

แก้กฎหมายล้มละลายให้มีความคล่องตัว เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างของเอกชนมากขึ้น   

 

พัฒนาผู้นํารุ่นใหม่ (Global young adult leadership program) จํานวน 100,000 คน เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต เมื่อเศรษฐกิจฟนตัว 

 

ส่งเสริมการสร้าง Green growth infrastructure    

 

ปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานและภาคอุตสาหกรรม ลดกฎระเบียบการจ้างงานพนักงานชั่วคราว

 

ปรับปรุงค่าจ้างขั้นต่ํา โดยจะมีการแก้กฎหมายค่าจ้างเพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานมากขึ้นในอัตราค่าจ้างที่เหมาะสม   

 

ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิรูป National Agricultural Cooperative Federation และ National Federation of Fisheries Cooperatives  


ส่งเสริมการเป็นผู้นําในเวที G-20  และการจัดทําเขตการค้าเสรี 

 

 3. มาตรการเพิ่มศักยภาพและฟนฟูเศรษฐกิจ

 

สนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่ การวิจัยและพัฒนา 

 

ศึกษาค้นคว้า new growth engine เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเกาหลี ได้แก่ green industry อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รวมทั้งธุรกิจบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

 

เพิ่มการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาสําหรับอุตสหกรรมที่เป็นกลจักรสําคัญในการเจริญเติบโต ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจใหม่ๆ 

 

สนับสนุน green industries โดยใช้ green technology สําหรับอุตสาหกรรมประเภท semi- conductor เหล็ก และอุตสาหกรรมยานยนต์

 

สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี่แหล่งพลังงานหลักๆ 9 ประเภท ได้แก่  Solar power, wind power, hydrogen fuel battery, clean fuel, IGCC, CCS, storing energy, LED, Power-IT 


ส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศของเอกชนเกาหลี

 

ส่งเสริมการซื้อกิจการต่างประเทศที่ทําธุรกิจเกี่ยวกับแหล่งพลังงานและเทคโนโลยี่ประเภท  low-carbon green technology โดยใช้บรรษัทเพื่อการลงทุนแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ ( Korea Investment Corporation : KIC ) เป็นเครื่องมือในการร่วมลงทุน   

 

จัดตั้ง Global Korea Network เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างประเทศที่มีศักยภาพเข้ามาอยู่ในเกาหลี โดยปรับปรุงระบบการยื่นขอวีซ่าและคนเข้าเมืองเพื่อเอื้ออํานวยแก่ชาวต่างประเทศที่มีความสามารถโดยเฉพาะในสาขาการเงินและวิทยาศาสตร์เข้ามาทํางานในประเทศ  

 

อ้างอิง


 

Ministry of Strategy and Finance of Korea

 

Read Full Post »

เงินคืออะไร

จากความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ระดับ ม.3 เกิดมาก็เคยเรียนมาแค่ตัวเดียว ก็อยากจะชี้แจงล่วงหน้าว่า ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้

ผิดถูกประการใด ขออภัยล่วงหน้า

เงินตามที่มีการนิยาม น่าจะหมายถึงสื่อกลาง หรือ/และ มาตรฐานที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้า หรือบริการที่มนุษย์ สามารถผลิต หรือหามาได้ [1]   เมื่อคำนึงว่ามนุษย์เราไม่สามารถที่จะผลิตสินค้าหรือบริการ มาสนองทุกความต้องการในชีวิตได้ เราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนกัน ด้วยกลไกอะไรซักอย่าง และกลไกที่ว่านี้ก็
น่าจะคือ สิ่งที่เรียกว่า “ระบบเงินตรา” เรื่องนี้พอจะเข้าใจได้

แต่สิ่งที่คนเขียนไม่เข้าใจมาก ๆ แต่คิดว่า คนใน blog นี้เข้าใจเป็นอย่างดีก็คือ สิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับเงิน นั่นก็คือ เรื่องของราคา (price) รวมถึงโครงสร้างกลไกทางการเงินสารพัด เช่นว่า เราคำนวณมูลค่าของสิ่งของหรือบริการกันยังไง ทำไมเงินที่ได้จากแรงงานในโรงงานนรกมันถึงน้อยแสนน้อย เทียบกับเงินที่ได้ในการทำงานในโรงงานแสนสะอาดในญี่ปุ่น หรือการทำงานเป็นทั่นซีอีโอในบริษัทวาณิชธนกิจชั้นนำ ทั้ง ๆ ที่คุณภาพชีวิตสุดจะห่าเหวที่แรงงานโรงงานนรกจะต้องเสียไป นั้นน่าจะมีค่ามูลค่าในการแลกเปลี่ยนที่สูงกว่า เมื่อคำนึงว่าคุณค่าของมนุษย์ทุกคนนั้นมันควรจะเท่าเทียมกันอย่างน้อยก็ทางทฤษฎี แต่ถ้าจะอธิบายว่า ก็เพราะว่า เราหาคนที่ทำงานเป็นทั่นซีอีโอได้ยากกว่าแรงงานง่าย ๆ น่ะซิ ก็พอจะเป็นคำอธิบายที่มีเหตุผลในแง่เศรษฐศาสตร์ แต่ดูจะไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ในแง่ของศีลธรรม อีกเรื่องนึงก็เช่น ทำไมต้องมีการซื้อขายของล่วงหน้า ทั้งน้ำมัน ทอง เงิน หนี้ ใบหนี้ หนี้ของหนี้ของหนี้ของหนี้ของนั่นของนู้นของบ้านคุณภาพต่ำ ฯลฯ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ผม “คาดว่า” คาดว่าเท่านั้นนะ ไม่รู้จริงรึเปล่า ว่า ศักยภาพของโลกเรานั้นน่าจะสามารถผลิตสินค้าและบริการ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ได้เพียงพอสำหรับทุกคนบนโลกได้อย่างแน่นอน แต่ความจริงปัจจุบันก็คือยังมีคนที่ “ขาด” อยู่เป็นปริมาณมาก มันเป็นเพราะอะไร? เป็นเรื่องของโครงสร้างระบบเงินเป็นหลักรึเปล่า หรือมันเกี่ยวพันไปซะทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการเมือง การศึกษา การสื่อสาร ศีลธรรม ศาสนา ฯลฯ

เคยฟังบางคนพูดว่า “เ้อ้อ ผมว่าผมมีค่า์มากกว่าหลาย ๆ คนบนโลกนะ เพราะผมหาเงินได้เยอะ หมายความว่าผมทำประโยชน์ให้แก่โลกใบนี้ได้มากกว่าคนอื่น ๆ (ตามนิยามของเงินก็ คือผมสามารถผลิตสินค้าและบริการได้มากกว่าคนอื่น ๆ มากกว่ามาตรฐานชายไทยทั่วไปนั่นเอง)” ฟังไปฟังมา เกือบเห็นดีเห็นงามไปด้วยว่า เอออ ถูกก ๆๆๆ ถูกต้อง!

อ่านบทความของ อ.ประเวศ วะสี ในหนังสือ ความจริงของความจน [2] แล้วก็พอเข้าใจว่า ปัญหาความรวยกับความจนในไทย เกิดขึ้นจากปัญหาิเชิงโครงสร้าง ที่ไม่เอื้ออำนวยให้คนทั่วไปหายจน ทั้งโครงสร้างทางการเมือง อันนี้เห็นได้ชัดมาก , โครงสร้างทางการศึกษา ที่่มักสอนไปในแนวสร้างรวยมากกว่า แก้จน, โครงสร้างทางทรรศนะ ที่เราเคยได้ยินบ่อย ๆ ก็เช่น โตขึ้นขอให้เป็นเจ้าคนนายคน ขอให้ได้นั่งกินนอนกิน รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา (หามเสาเป็นความชั่วได้อย่างไร) ฯลฯ เมื่อนั่งอ่านความคิดของปัญญาชนบนโลกนี้ กับปัญหาความไม่ยุติธรรมทางการเงินไปเรื่อย ๆ ก็ไปเจอหลาย ๆ ความคิดที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้ง ธนาคารกรามีน [3] ที่เป็นโครงสร้างทางการเงินการธนาคารแบบเกือบใหม่ที่ ช่วยปล่อยกู้ให้กับทุก ๆ คนที่ต้องการเงิน แต่ไม่มีอะไรจะค้ำประกัน หรือ http://www.kiva.org [4] ที่อนุญาตให้เราปล่อยกู้แบบไม่รับประกันการได้เงินต้นคืน สู่คนจนในประเทศโลกที่สาม ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่านอินเทอร์เนต ซึ่งดีกว่าการบริจาคเงิน เพราะการปล่อยกู้นั่นหมายถึงการให้อุปกรณ์เค้าไปจับปลา ไม่ใช่แค่ให้ปลาเค้าไปวัน ๆ ซักวันก็จะหมด อีกทั้งถึงแม้จะเสี่ยง แต่เราก็มีโอกาสจะได้เงินที่เราเราูู้คืน เป็นโมเดลที่ดีกว่าการบริจาคเป็นไหน ๆ รวมถึงโครงการ Architecture for Humanity [5] ที่เป็นตัวกลางที่จะให้สถาปนิกทั่วโลก อาสามาออกแบบสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อคนจนจำนวนมาก แทนที่จะออกแบบให้กับกลุ่มคนรวยที่มีเงินจ่ายเพียงหยิบมือเดียว

สิ่งหล่านี้ ใช่หรือไม่ว่า เพราะด้วยวิทยาการปัจจุบัน มนุษย์มีความสามารถในการวัดมูลค่า ได้เพียงแค่วัตถุและบริการ ทำให้ ครู อาจารย์ ที่น่าจะตีมาเป็นมูลค่าได้มาก แต่กลับไม่มากเท่านายหน้าค้าหุ้น หรือนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมที่มีมูลค่าไม่เท่านักการเมือง

สุดท้ายผ่านไปอีกซักพันปี มนุษย์คงจะสามารถประดิษฐ์เครื่องมือที่วัดมูลค่า ของ “นามธรรม” ในตัวมนุษย์ได้ เช่น เอา usb จิ้มหัวปุ๊บ วัดได้เลยว่า คนนี้มี หน่วยความดีเท่าไหร่ มีหน่วยความตั้งใจพัฒนาชาติบ้านเมืองเท่าไหร่ มีหน่วยความเห็นแก่ได้เท่าไหร่ บวกลบคูณหารอินทริเกตแล้ว คนนี้เอาไปเลย … “เงิน” พันล้านนนนน !

อ้างอิง

[1] http://en.wikipedia.org/wiki/Money

[2] หนังสือ ความจริงของความจน, https://bordeure.files.wordpress.com/2008/09/truth-about-thai-poverty.pdf

[3] หนังสือ Muhamhad Yunus นายธนาคารเพื่อคนจน แปลโดย คุณสฤณี อาชวานันทกุล

[4] http://www.kiva.org

[5] http://www.architectureforhumanity.org/

Read Full Post »