Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘แบก’

recommendare

บทความเรื่อง  ”ห้องเรียน“เบราน์ แบก””

โดย

fah@matichon.co.th

ความมีดังนี้

วัฒนธรรมการเรียนการสอนของห้องเรียนอเมริกัน ระดับมหาวิทยาลัย รู้กันอยู้ว่า ไม่ต้องมานั่งคอยจ้ำจี้จ้ำไช ผู้ที่เคยมาเรียน และได้โอกาสมาสัมผัสคงเข้าใจ …ถ้าไม่แน่จริง คงเรียนไม่จบ

สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องดี หยิบยกมาฝาก ภายในบรรยากาศการเรียนอุดมศึกษา ปริญญาตรี โท และเอก ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสันนั้น เรียกได้ว่า คับคั่งไปด้วยนักวิชาการ โดยเฉพาะความตั้งอกตั้งใจของนักศึกษาที่นี่ กับความรับผิดชอบต่อตนเอง

สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นนั่นคือ ห้องเรียนแบบ “Brown bag meeting” ถ้าให้นิยาม คงต้องเรียกว่า ห้องเรียนเพิมเติม เสริมสิ่งที่อยากรู้ อย่างไม่เป็นทางการ

รูปแบบของ “เบราน์ แบก” (Brown bag) คือห้องเรียนที่กำหนดหัวข้อจากความสนใจ ซึงเป็นได้ทั้งเรื่องทั่วไป เรื่องเรียน เรื่องของหลักสูตร ฯลฯ แล้วแต่เจ้าภาพ เห็นว่าสถานการณ์ ข้อมูลใดน่าสนใจ หยิบยกมาเป็นเรื่องพูดคุย ด้วยการเชิญ “วิทยากร” ผู้รู้ในเรื่องนั้นๆ มาเป็นแขกรับเชิญ

จุดสำคัญที่เรียกว่า เบราน์ แบก เนื่องจากเป็นห้องเรียนที่เปิดให้ฟังความรู้ไป และรับประทานอาหารกลางวันไปด้วยได้ ที่เรียกว่า Brown bag จากสัญลักษณ์ดั้งเดิมคือ คนอเมริกันนิยมใช้ ถุงกระดาษสีน้ำตาล เป็นบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารสำเร็จรูป ที่ซื้อตามโรงอาหาร ห้องอาหาร ฯลฯ ถือเข้ามานั่งกิน นั่งฟังไปพร้อมกัน

โดยไม่นิยมใช้ถุงพลาสติก เหมือนบ้านเรา !!

อเมริกันจึงเรียก ห้องเรียนแบบนี้ว่า เบราน์ แบก ที่เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจเรื่องนั้นๆ เข้าฟัง

แต่ต้นตอที่เกิดขึ้นจริงๆ สอบถามจากผู้น่าจะรู้หลายท่าน ทั้งอาจารย์รุ่นใหญ่ลงมา ได้เห็นพัฒนาการของ เบราน์ แบก ว่าค่อยๆ เกิดจากการเรียนการสอนในห้องเรียน ในห้องแล็บ ประเภทที่ต้องทำวิจัยใช้เวลากันยาวนาน อยู่ระดมสมอง เพื่อให้ได้แก่นของเรื่องที่ต้องการจะศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาแพทย์ อยู่อ่านหนังสือ ทำแล็ป เข้าห้องวิจัย กันจนไม่เวลาล่วงเลย ข้าวปลาไม่ได้เตรียมมาด้วย …จนเกิดวิธีคิด เตรียมเนื้อเตรียมตัว นำอาหารติดไม้ติดมือเข้าไปในห้องเรียนด้วย

นักศึกษาน้อยคนที่จะทำอาหารมารับประทานเอง ส่วนใหญ่ ซื้อสำเร็จรูป อาทิ แซนด์วิช เบเกอร์ พิซซา โยเกิร์ต ฟรุตสลัด เทียบเคียงด้วย กาแฟ ชา น้ำผลไม้ ใส่ถุงเบราน์ แบก มาเป็นเสบียง

ครั้งแรกที่มีโอกาสสัมผัส เบราน์ แบก มีทติ้ง จากการไปฟังหัวข้อสนทนา “เครื่องดนตรีที่กำลังจะสูญหาย ของชาติสิงคโปร์” งานนี้ คนพูดเป็นคนเอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี ชาวลอดช่อง บรรยายให้ฟัง (จากภาพ) ห้องเรียนที่บรรจุคนได้สัก 20-25 คน กำหนดการพูด เริ่มเวลา 12.00 – 13.30 น. จัดขึ้นที่ตึก Ingraham Hall ซึ่งเป็นอาคารเรียนของกลุ่มนักศึกษา หลักสูตร International Programme ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอเชีย มีละตินอเมริกา และรัสเซีย แซมอยู่ในอาคารนี้ด้วยเช่นกัน

หัวข้อที่เลือกชวนคนมาคุย ให้ผู้สนใจฟัง พอบรรยายจนจบ จะมีเวลาเปิดให้พูดคุย ซักถาม หรือจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทำได้ สไตล์สบายๆ ไม่มีกฎกติกาไปมากกว่านี …ที่ตึก Ingraham นี้ เขามีชา กาแฟ เลี้ยงรับรองด้วย เราเพียงแต่เอาอาหารมื้อหนักท้องใส่ถุงสีน้ำตาล หรือถ้าทำมาจากบ้าน ก็ใส่เป้ ถือมา

ใครที่อยากรู้จักเพื่อนต่างชาติ หรือนักศึกษาอเมริกันที่เรียนภาษาต่างประเทศ ให้มาที่ตึกนี้ได้ ซึ่งรวมถึงแผนกภาษาไทย มีออฟฟิศเล็กๆ อยู่ที่นี่ด้วย ได้มีโอกาสรู้จัก เดวิด อาจารย์สอนด้าน WestSouth China ของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน พูดภาษาไทยได้ แต่เจ้าตัวเรียนพูดเขียนภาษาตุรกีมา

Brown Bag Meeting แบบนี้ เป็นที่นิยม แม้แต่ในบริษัทใหญ่ๆ ยังเอาวิธีการแบบนี้ไปใช้ เพราะทำให้รู้สึกมีความเป็นกันเอง ไม่เคร่งเครียด อยากคุยอะไรก็คุย

ที่เมืองไทยก็มีการใช้สไตล์ เบราน์ แบก มีทติ้ง เช่นกัน คงนำมาจากแนวคิดนี้ เพราะกลุ่มเครือข่ายพลเมืองเน็ต หริอ NetiZen ก็นิยมทำแบบนี้ เวลามีการประชุม หรือหารือในช่วงกลางวัน จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

นอกจาก เบราน์ แบก มีทติ้ง ยังมี “ลันเชิน มีทติ้ง” (luncheon Meeting) แบบนี้ต้องได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน ถือเป็นสไตล์อย่างเป็นทางการขึ้นมา โดยแขกได้รับเชิญ คุณไม่ต้องพกพาอาหารไป เพราะเจ้าภาพจัดเตรียมรอไว้ให้แล้ว ส่วนใหญ่ก็เลี้ยงแบบค็อกเทล อาหารเรียกน้ำย่อย

อีกรูปแบบที่น่าสนใจคือ “พอทลัค” (Potluck) ถ้าแปลตรงตัวคือ อาหารว่างที่บ้าน แต่มีข้อเสริมพิเศษขึ้นมา สำหรับอเมริกัน สไตล์ อย่างนี้เห็นในโรงเรียนนสอนภาษา นิยมทำกัน โดยให้นักเรียนที่มาเรียนภาษาต่างๆ นำอาหารที่ทำมาจากบ้าน จะเป็นอาหารประจำชาติ หรือไม่ก็ได้ นำมารวมกันไว้เป็นกองกลาง และร่วมรับประทานด้วยกัน สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง มื้อกลางวัน นิยมทำกันในวันศุกร์

จุดประสงค์ของ พอท ลัค เพื่อให้ทุกคนได้สังสรรค์ ทำความรู้จักกัน พูดคุยใช้ภาษาให้เกิดความคุ้นเคยกัน

คนจากต่างบ้านต่างเมืองมาอยู่ในอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงที่หิมะตก สภาพความเย็นแผ่ซ่านปกคลุม แม้จะเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วก็ตาม แต่ยังไม่เห็นต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาเอาเสียเลย ความรู้สึกสับสนต่อวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย ( Culture Shock) เกิดขึ้นได้

โดยเป็นอาการของคนไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะไปเรียน ไปทำงานแล้วต้องพบกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ผู้คนมากหน้าหลายตา รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากที่เคยเป็นอยู่ ต้องไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย พบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด จนเกิดความรู้สึกอึดอัดหรือกระอักกระอ่วนใจ เราเรียกสิ่งเหล่านี้รวมๆ กันว่า Culture shock

แต่สำหรับตัวเองแล้ว อาการ Culture Shock มีอยู่บ้าง แต่ได้ครู และเพื่อนดี ในคณะ agriculture of Life science

แต่ที่หนักเห็นจะเป็น Homesick เพราะมีอาการมากถึงมากที่สุด…ยาใดก็ใช้รักษาไม่หาย แม้แต่ตอนนี้ !!!

วันที่ 06 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 01:59:59 น. มติชนออนไลน์

โฆษณา

Read Full Post »