Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘แก้ไข’

recommendare

บทความเรื่อง  ”กระบวนการที่นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งล่าสุดของประเทศฝรั่งเศส”

โดย

ศาสตราจารย์ ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ความมีดังนี้

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของฝรั่งเศสนั้นประกาศใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 โดยในขณะนั้น รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ เช่นสงครามกลางเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล เป็นต้น รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจึงเป็นรัฐธรรมนูญที่มีสาระทั้งหมดเกี่ยวกับโครงสร้างสถาบันทางการเมืองและอำนาจรัฐ ในปัจจุบัน เมื่อได้อ่านรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสก็จะรู้สึกได้ทันทีว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ “ขาด” สิ่งสำคัญ ๆ ไปหลายสิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน แม้ฝรั่งเศสจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไปหลายครั้งในช่วงเวลาเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่แล้ว การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็เน้นไปในเรื่องการจัดโครงสร้างสถาบันทางการเมืองและอำนาจรัฐเช่นเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ที่ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในตอนต้นปีที่ผ่านมา ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหลายคนจึงได้พยายามเสนอที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มี “ความทันสมัย” มากขึ้นโดยประธานาธิบดี Nicolas Sarkozy เองในระหว่างการหาเสียงก็ได้เสนอที่จะให้มีการปรับปรุงรัฐธรรมนูญใหม่ให้มีความทันสมัยและมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น สองเดือนต่อมาหลังการเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ประธานาธิบดี Sarkozy จึงได้ออกรัฐกฤษฎีกา ลงวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งชื่อ “คณะกรรมการเพื่อการไตร่ตรองและเสนอแนะแนวทางในการทำให้สถาบันต่างๆ ของสาธารณรัฐที่ 5 มีความทันสมัยและสมดุลยิ่งขึ้น” (la Comité de réflexion et de proposition sur la modernisation et réquilibrage des institutions de la Ve République) โดยรัฐกฤษฎีกาได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ว่าให้ทำการศึกษาแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมทั้งกำหนดให้เสนอผลการศึกษาต่อประธานาธิบดีก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 องค์ประกอบของคณะกรรมการได้แก่ อดีตนายกรัฐมนตรี Edouard Baladur ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ อดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพเพราะเดิมก่อนหน้านี้ก็เป็นนักวิชาการที่เขียนหนังสือการเมืองการปกครองจำนวนมาก เป็นอาจารย์สอนกฎหมายในมหาวิทยาลัยหลายแห่งและเป็นสมาชิกสภาแห่งรัฐ (Le Conseil d’Etat) ด้วย ส่วนรองประธานอีก 2 คน ก็คือนาย Jack Lang อดีตรัฐมนตรี อดีตสมาชิกรัฐสภา และเป็นอดีตอาจารย์สอนกฎหมายมหาชนในมหาวิทยาลัยปารีส 10 รองประธานคนที่สองคือ นาย Pierre Mazeaud อดีตประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ส่วนกรรมการอีก 10 คน นั้น เป็นอาจารย์สอนกฎหมายมหาชนในมหาวิทยาลัยของรัฐ จำนวน 6 คน อีก 4 คน มาจาก ตัวแทนสภายุโรปและจากอาจารย์สอนด้านรัฐศาสตร์ จะเห็นได้ว่า คณะกรรมการชุดนี้มีจำนวนไม่มาก แต่ทุกคนมีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะเข้ามาทำการศึกษาว่าจะแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญอย่างไร

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2007 คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เสนอรายงานชื่อ “สาธารณรัฐ ที่ 5 ที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น” ต่อประธานาธิบดี Sarkozy รายงานดังกล่าวมีจำนวนถึง 162 หน้า และประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๆ 3 ส่วน ด้วยกันคือ การควบคุมการใช้อำนาจบริหารที่ดีกว่าเดิม รัฐสภาที่มีอำนาจมากขึ้น และสิทธิใหม่ ๆ สำหรับพลเมือง นอกจากนี้รายงานดังกล่าวยังประกอบด้วยภาคผนวกอีก 5 เรื่อง คือ ความคิดเห็นส่วนบุคคลของกรรมการบางคน รัฐกฤษฎีกาตั้งคณะกรรมการ ตารางข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 77 ข้อของคณะกรรมการ ตารางเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกับมาตราที่จะขอแก้ไขใหม่ และภาคผนวกสุดท้ายคือรายชื่อบุคคลที่คณะกรรมการได้เชิญมาพูดคุยสอบถามความคิดเห็นซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ ๆ ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หัวหน้าพรรคของทุกพรรค ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงขององค์กรของรัฐ เช่น ศาลปกครองสูงสุด ศาลยุติธรรม ศาลตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมไปถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย

หัวใจสำคัญของรายงานชุดนี้คงอยู่ที่สาระสำคัญ 3 ส่วนและข้อเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 77 ข้อเป็นหลัก โดยในสาระสำคัญส่วนที่ว่าด้วยการควบคุมการใช้อำนาจบริหารที่ดีกว่าเดิมนั้น คณะกรรมการเสนอให้ทำการทบทวนอำนาจของฝ่ายบริหารทั้งหมด รวมไปถึงอำนาจ 7 ประการของประธานาธิบดีที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ด้วย (ทั้ง ๆ ที่ประธานาธิบดีเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการชุดนี้) ในส่วนที่ว่าด้วยรัฐสภาที่มีอำนาจมากขึ้น คณะกรรมการก็ได้เสนอปรับปรุงระบบการจัดวาระการประชุมสภา วิธีการประชุมสภาและกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมาย สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิใหม่ ๆ สำหรับพลเมืองนั้น ก็มีการเสนอให้ปรับปรุงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ปรับปรุงระบบตัวแทนของประชาชนในรัฐสภา เช่นตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนของชาวฝรั่งเศสที่อยู่นอกประเทศ ตัวแทนกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาในรัฐสภา เป็นต้น รวมถึงการเสนอสิทธิใหม่ ๆ ให้กับประชาชนในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และนอกจากนี้ในส่วนสุดท้ายนี้ยังได้พูดถึงการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย

รายงานดังกล่าวเมื่อส่งถึงมือประธานาธิบดี ในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2007 ประธานาธิบดีก็สั่งให้เผยแพร่รายงานนี้ต่อสาธารณชนและส่งให้หน่วยงานต่าง ๆ ให้ความเห็น โดยประสงค์ที่จะให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันในแวดวงต่าง ๆ อย่างกว้างขวางจากนั้นก็ได้นำเอาเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้มาพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญกันอีกครั้งก่อนที่จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป

ในที่สุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2008 ประธานาธิบดี Nicolas Sarkozy และรัฐบาลได้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยในคำอธิบายประกอบเหตุผลในการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (exposé de motifs) นั้น ก็ได้มีการกล่าวถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการไตร่ตรองและเสนอแนะแนวทางในการทำให้สถาบันต่าง ๆ ของสาธารณรัฐที่ 5 มีความทันสมัยและสมดุลยิ่งขึ้น และกล่าวถึงข้อเสนอที่ได้จากการทำงานของคณะกรรมการซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นข้อเสนอที่สำคัญในการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ที่มี 3 ข้อเสนอด้วยกันคือ การควบคุมการใช้อำนาจบริหารที่ดีกว่าเดิม รัฐสภาที่มีอำนาจมากขึ้น และสิทธิใหม่ ๆ สำหรับพลเมือง ซึ่งข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 นี้ ก็เป็นข้อเสนอที่มาจากรายงานชื่อ “สาธารณรัฐที่ 5 ที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น” ของคณะกรรมการ

ข้อเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญส่วนแรกที่เกี่ยวกับการควบคุมฝ่ายบริหารนั้น มีการลดอำนาจของประธานาธิบดีลงไปมาก เริ่มจากการห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกัน การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงซึ่งแต่เดิมเป็นอำนาจของประธานาธิบดีโดยแท้ ก็ถูกแก้ไขใหม่โดยให้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภา ซึ่งจะต้องมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนดจำนวนและวิธีการทำงานของคณะกรรมาธิการร่วม มีการกำหนดให้ต้องออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนดจำนวนของคณะรัฐมนตรีและประเภทของรัฐมนตรีซึ่งแต่เดิมไม่มี รวมไปถึงมีการกำหนดให้ศาลตรวจเงินแผ่นดิน (la Cour des comptes) มีหน้าที่ช่วยรัฐสภาในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในด้านการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินด้วย

ในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐสภานั้น มีการเพิ่มอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า รัฐสภามีหน้าที่ในการจัดทำกฎหมายและควบคุมการทำงานของรัฐบาล มีการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ที่ทำให้กระบวนการจัดทำกฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มจำนวนคณะกรรมาธิการของแต่ละสภา จาก 6 คณะ มาเป็น 8 คณะ รวมทั้งยังแก้ไขหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ. 1958 ที่กำหนดให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจมากและฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจน้อยในอีกหลายประการ เช่น เปลี่ยนตัวผู้กำหนดวาระการประชุมของรัฐสภาจากนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานของแต่ละสภา เป็นต้น และสำหรับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิใหม่ ๆ ของพลเมืองนั้น มีอยู่ 2 เรื่องที่เห็นได้ชัด เรื่องแรกคือ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร้องทุกข์ต่อสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม (le Conseil Economique et Social) ได้โดยตรงในเรื่องที่ต้องกำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่อไป เมื่อพิจารณาเรื่องร้องทุกข์แล้ว สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมก็จะทำความเห็นเสนอไปยังรัฐบาลและรัฐสภาต่อไป นอกจากนี้ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญยังเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม โดยให้ทำหน้าที่ให้คำแนะนำกับรัฐบาลในเรื่องที่เป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่วนสิทธิใหม่ ๆ ของพลเมืองในเรื่องที่สองที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญคือ การเพิ่มหมวดว่าด้วย “ผู้พิทักษ์สิทธิพลเมือง” (la Défenseur des droits des citoyens) เข้าไป ผู้พิทักษ์สิทธิพลเมืองเป็น “องค์กร” ใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีจากการเสนอชื่อของคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภาที่กล่าวไปแล้วข้างต้น มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี

ผู้พิทักษ์สิทธิพลเมืองมีหน้าที่รับคำร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะ (le fonctionnement d’un service public) ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวเป็นถ้อยคำที่มีความหมายกว้างมากรวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐและของเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหมดทุกประเภท ในส่วนของผู้พิทักษ์สิทธิพลเมืองนี้ ก็จะต้องมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญออกมาอีกเช่นกันเพื่อกำหนดวิธีการร้องเรียนของพลเมือง รวมไปถึงกระบวนการในการทำงาน คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้พิทักษ์สิทธิพลเมืองด้วย

นอกจากนี้แล้ว ยังมีการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายตุลาการ เดิมในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ประธานาธิบดีเป็นประธานคณะกรรมการตุลาการ (le Conseil Supérieur de la Magistrature) แต่ในร่างใหม่นี้ กำหนดให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธานคณะกรรมการตุลาการ

กล่าวโดยสรุปสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสในครั้งนี้ให้ชัด ๆ อีกครั้งหนึ่งก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้จะมีที่มาจากฝ่ายการเมือง คือ ฝ่ายประธานาธิบดีและรัฐบาลเสนอขอให้มีการแก้ไข แต่ประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เกิดจากการทำงานของนักวิชาการที่มีความรู้และมีความเป็นกลาง ทำงานภายใต้บรรยากาศทางวิชาการ จัดทำข้อเสนอที่มีเหตุผลและมีคำอธิบายได้อย่างชัดเจน ผ่านการให้ความเห็นจากองค์กรของรัฐสภาและพรรคการเมือง มีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งเป้าหมายทั้งหมดก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้งฝ่ายที่ใช้อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ฝ่ายและฝ่ายประชาชน

โฆษณา

Read Full Post »

นโยบายเศรษฐกิจ 2009 ของ เกาหลีใต้

recommendare

 

สรุป

นโยบายเศรษฐกิจของประเทศเกาหลีใต้  ปี  พ.ศ. 2552

กับ  การรับมือภาวะถดถอยเศรษฐกิจโลก

 

ความมีดังนี้

 

 

1. มาตรการระยะสั้นเพื่อรักษาระดับการว่างงาน

 

รักษาเสถียรภาพภาคการเงินและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ลดอัตราดอกเบี้ย  เพิ่มสภาพคล่องในตลาดเงิน สนับสนุนการเงินแก่ผู้ส่งออก/นําเข้า  


สนับสนุน Korea Ex-Im Bank ในการรับประกันและค้ําประกันการส่งออกแก่ผู้ส่งออก  

 

เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อการลงทุนจํานวนร้อยละ 60 ในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ เพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่ภูมิภาค โดยเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ ปรับปรุงระบบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณใหม่ให้สะดวกยิ่งขึ้น   

 

ใช้เงินงบประมาณกระตุ้นการจ้างงาน รักษาระดับการจ้างงาน สร้างงานใหม่รับเด็กเพิ่งจบการศึกษาเข้าฝากงานมากขึ้น ทั้ง SMEs และงานในภาครัฐ รวมทั้งจ่ายเงินอุดหนุนแก่เอกชนเพื่อให้มีการจ้างงานต่อไป  

 

เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเครือข่ายทางสังคมและเศรษฐกิจ (Economic and Social Safety Net) ให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ยากจนใหม่ (new poverties) และผู้มีรายได้ต่ําที่ได้รับผลกระทบจากการหดตัวของเศรษฐกิจ    


บรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนแก่ผู้มีปัญหาที่อยู่อาศัย หรือผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ 

 

ให้การศึกษาและสวัสดิการทางสังคมที่ดีขึ้น โดยเพิ่มเงินช่วยเหลือแก่โรงเรียนเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียน รวมทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่พ่อแม่มีรายได้ต่ํา   

 

เพิ่มวงเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) และค้ําประกันแก่ชาวนา ชาวประมง SMEs รวมทั้ง ขยายโควต้าการลดอัตราภาษีศุลกากรสําหรับการนําเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่  ปุ๋ย เคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร แป้ง อาหารสัตว์  ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น 


ปรับปรุงกฎหมายนิติบุคคลเพื่อจูงใจให้มีการจ้างงานมากขึ้น 

 

2. นโยบายสําหรับอนาคต  

 

ปรับปรุงโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคการเงินและภาคเอกชน ให้การช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ในการเพิ่มทุน เพิ่มสภาพคล่องแก่ภาคเอกชน 

 

สนับสนุนธนาคารพาณิชย์แก่ปัญหาสภาพคล่องเอง โดยการเพิ่มทุน การชะลอการจ่ายเงินปันผล รวมทั้งการออกหุ้นกู้เพื่อระดมเงินทุนเอง 

 

สนับสนุนธนาคารพาณิชย์แก้ปัญหาหนี้เสียผ่าน Korea Asset Management Corp. 

 

แก้กฎหมายล้มละลายให้มีความคล่องตัว เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างของเอกชนมากขึ้น   

 

พัฒนาผู้นํารุ่นใหม่ (Global young adult leadership program) จํานวน 100,000 คน เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต เมื่อเศรษฐกิจฟนตัว 

 

ส่งเสริมการสร้าง Green growth infrastructure    

 

ปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานและภาคอุตสาหกรรม ลดกฎระเบียบการจ้างงานพนักงานชั่วคราว

 

ปรับปรุงค่าจ้างขั้นต่ํา โดยจะมีการแก้กฎหมายค่าจ้างเพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานมากขึ้นในอัตราค่าจ้างที่เหมาะสม   

 

ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิรูป National Agricultural Cooperative Federation และ National Federation of Fisheries Cooperatives  


ส่งเสริมการเป็นผู้นําในเวที G-20  และการจัดทําเขตการค้าเสรี 

 

 3. มาตรการเพิ่มศักยภาพและฟนฟูเศรษฐกิจ

 

สนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่ การวิจัยและพัฒนา 

 

ศึกษาค้นคว้า new growth engine เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเกาหลี ได้แก่ green industry อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รวมทั้งธุรกิจบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

 

เพิ่มการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาสําหรับอุตสหกรรมที่เป็นกลจักรสําคัญในการเจริญเติบโต ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจใหม่ๆ 

 

สนับสนุน green industries โดยใช้ green technology สําหรับอุตสาหกรรมประเภท semi- conductor เหล็ก และอุตสาหกรรมยานยนต์

 

สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี่แหล่งพลังงานหลักๆ 9 ประเภท ได้แก่  Solar power, wind power, hydrogen fuel battery, clean fuel, IGCC, CCS, storing energy, LED, Power-IT 


ส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศของเอกชนเกาหลี

 

ส่งเสริมการซื้อกิจการต่างประเทศที่ทําธุรกิจเกี่ยวกับแหล่งพลังงานและเทคโนโลยี่ประเภท  low-carbon green technology โดยใช้บรรษัทเพื่อการลงทุนแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ ( Korea Investment Corporation : KIC ) เป็นเครื่องมือในการร่วมลงทุน   

 

จัดตั้ง Global Korea Network เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างประเทศที่มีศักยภาพเข้ามาอยู่ในเกาหลี โดยปรับปรุงระบบการยื่นขอวีซ่าและคนเข้าเมืองเพื่อเอื้ออํานวยแก่ชาวต่างประเทศที่มีความสามารถโดยเฉพาะในสาขาการเงินและวิทยาศาสตร์เข้ามาทํางานในประเทศ  

 

อ้างอิง


 

Ministry of Strategy and Finance of Korea

 

Read Full Post »