Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘ประชาธิปปัตย์’

recommendare

บทความเรื่อง  ”พิชัย รัตตกุล สอน ไอ้หลานชาย อภิสิทธิ์”

โดย

จอม เพชร ประดับ สัมภาษณ์ พิชัย

รายการ INTERLIGECE ทางเว็บไซต์ voicetv.com

ความมีดังนี้

พิชัย รัตตกุล ชื่อนี้หายไปจากสารบบการเมืองนานแล้ว

เขาเป็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์เมื่อปี 2525 จนถึงปี 2534

วันนี้เขาอายุ 84 ปีแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรงมาก พิชัย วางมือทางการเมืองตั้งแต่ปี 2544

แต่ยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปปัตย์

เขาเป็นคนที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรคประชาธิปปัตย์อย่างเปิดเผยมาโดยตลอด

กล้าบอกให้พรรคประชาธิปปัตย์ขอโทษประชาชน หลังกรณี สปก 4-01

และวันนี้เขาปรากฎตัวอีกครั้ง

เมื่อ จอม เพชร ประดับ สัมภาษณ์ พิชัย ในรายการ INTERLIGECE ทางเว็บไซต์ voicetv.com

พิชัย วิจารณ์ อภิสิทธิ์ และการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา

เขาเรียก อภิสิทธิ์ ว่า ไอ้หลานชาย

ชื่นชมในความซื่อสัตย์สุจริต

แต่ให้คะแนนรัฐบาลแค่ 5 เต็ม 10

เขาวิจารณ์ อภิสิทธิ์ ทั้งเรื่องการเจรจากับ ทักษิณ นโยบายต่างประเทศ นโยบาย ประชานิยม

และที่สำคัญ ไม่รู้จักใช้คน

พิชัย เปิดประเด็นแรกเรื่องปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย

ทุกปัญหามีทางออก เพียงแต่เรายอมซึ่งกันและกันบ้าง

ถ้าทุกฝ่ายตั้งแง่ก็ไม่มีทางลงเอยได้ สรุปก็คือ แม้ปัญหาจะมากมาย

แต่ทางออกยังมี เพียงแต่ต้องเสียสละกันบ้าง

เมื่อถามถึง คนกลาง ในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

พิชัยมองว่า คนเดียวทำไม่ได้

ข้อเสนอของเขาคือ ต้องทำเป็นกลุ่มคณะ

เริ่มต้นจาก 2 ฝ่ายต้องหา คนกลาง ที่ไม่มีความลำเอียง

ทั้งรัฐบาลและทักษิณ ต้องไม่มีการตั้ง เงื่อนไข ก่อนนั่งโต๊ะเจรจา

และการนั่งคุยกันต้องเป็นความลับ

ประเด็นสำคัญที่ พิชัย ย้ำคือ ห้ามมีเงื่อนไข

ถ้าผมเป็นคุณทักษิณ ผมก็รับเงื่อนไขของรัฐบาลไม่ได้ และถ้าผมเป็นรัฐบาล

ผมก็รับเงื่อนไขของคุณทักษิณไม่ได้

เขายกตัวอย่างเรื่องการเจรจากับประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ว่า

ไม่เคยมีเงื่อนไขว่าประเทศนั้นต้องเลิกเป็นคอมมิวนิสต์ก่อน เราถึงจะเจรจา

อย่าตั้งเงื่อนไข ไม่ใช่บอกว่าคุณทักษิณต้องกลับมาติดคุกก่อน

นั่งโต๊ะเจรจาก่อน ถึงเวลานั้นค่อยวางเงื่อนไขลงมา ทั้ง 2 ฝ่าย

จะรู้เลยว่าจุดยืนหรือเงื่อนไขของ 2 ฝ่ายเป็นอย่างไร

แต่การเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับต้องมีการอะลุ้มอล่วยกันพอสมควร

ถ้าไม่ยอมกันเลยก็เจรจาไม่สำเร็จ

เมื่อถาว่ารัฐบาลบอกว่าเงื่อนไขสำคัญคือ การยอมรับกฎหมาย

ตราบใดที่กพูดถึงเงื่อนไข ไม่มีทางเจรจากันได้

เขาเล่าว่ามีคนทั้งจากรัฐบาลและ ทักษิณมาคุยกับเขาเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา

และ พิชัย ก็เสนอนแนวทางนี้ไปแล้ว

มีคนกลาง ห้ามมีเงื่อนไข และคุยกันเงียบๆ

ในบรรดาหัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ นับตั้งแต่ นายควง อภัยวงศ์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช พ.อ. ถนัด คอมันต์ นายพิชัย รัตตกุล นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มี พิชัย คนที่เดียวที่ทำธุรกิจใหญ่มาก่อน

และมาเป็นนักบริหารมืออาชีพ

มุมมองของเขาจึงแตกต่างจาก หัวหน้าพรรค คนอื่น

ครั้งหนึ่ง หลังจาก พรรคประชาธิปปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

และ พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล

1 ปี 8 เดือน ของทักษิณ ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ในเรื่องการบริหาร

และการทำนโยบาย ให้เป็นจริง

ในเดือน สิงหาคม 2545 พิชัย ออกมาวิพากษ์ตนเอง

วิจารณ์พรรคประชาธิปปัตย์อย่างตรงไปตรงมาว่า

พรรคประชาธิปปัตย์มีแต่นักการเมือง ไม่มีนักบริหาร

เขาบอกว่า ต่อไปนี้นักการเมืองต้องต่อสู้ด้วยนโยบายและชั้นเชิงการบริหาร

หัวหน้าพรรคต้องเป็นนักบริหาร เพื่อดึงคนเก่งมาร่วมกันทำนโยบายที่ถูกใจประชาชน

พิชัย วิจารณ์ ชวน ว่าเป็นคนดีสารพัดอย่าง

เคยเป็นหัวหน้าสำนักงานทนายความแต่ไม่เคยบริหารงานขนาดใหญ่

ในยุคนี้ถือว่าไม่ถึงใจ

เป็นประโยคเด็ดของ พิชัย เมื่อปี 2545

ไม่แปลกที่วันนี้เขาจะมอง อภิสิทธิ์ ในมุมมองของนักบริหารที่มากประสบการรื

ประเด็นแรก เขามองว่า ไอ้หลานรัก ทำอะไรหลายอย่างที่ไม่ควรทำ

เช่น เรื่องการแจกเช็ค 2000 บาล ฯลฯ

ที่สำคัญเมื่อมีนโยบายเหล่านั้น นายกฯ ไม่ควรไปเอง

เสียเวลา เอาเวลาไปคิดดีกว่า

ฟังน้ำเสียงแล้วละม้ายกับการวิจารณ์เรื่อง นายก โพเดียม

แต่ประเด็นที่แรงกว่านั้น ก็คือ เรื่องไม่รู้ จักใช้คน

รัฐบาลทำงานโดยคนไม่กี่คน

เมื่อถามว่า ในพรรคประชาธิปปัตย์มีบุคคลากรที่มีฝีมือจำนวนมาก

เยอะแยะ ไม่รู้จักใช้คน คนดี ๆ มีความรู้มากมายแต่ไม่รู้จักใช้

คนที่อยากจะช่วยมีมาก อย่างที่คุณจอมถามว่า ทำไมผมไม่บอกคุณอภิสิทธิ์

ก็เขาไม่เคยถามจะให้บอกอย่างไร

พิชัย บอกว่าจุดอ่อนของ อภิสิทธิ์ คือ เรื่องนี้ เขามีที่ปรึกษาของแต่ละหน่วยงานไม่มากพอ

ทั้งประชาธิปปัตย์ มีคนเก่งเยอะและคนนอกพรรคมีพร้อมช่วย

ถามว่า เหตุผลที่ ไม่รู้จักใช้คน มาจากอะไร

คำตอบของ พิชัย แรงมา

คำตอบก็คือ มันมาจากสันดานคนที่ไม่เหมือนกัน สันดานของคนที่ไม่รุ้จักใช้คน

พิชัยยังเล่าเรื่องการไปงานศพของอาจารย์ภิญโญ บุณยรัตพันธ์ อดีตรองประธานสภา กทม.

ผมไปร่วมงาน แต่ผมไม่เห็นผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปปัตย์สักคนเดียว

พิสูจน์ได้ว่า นอกจากไม่รู้จักใช้คนแล้ว ยังลืมคนเก่าอีกด้วย

พิชัย สรุป ก่อนหัวเราะ

มีตัวอย่างอีกเยอะ ผมขอเป็นคนวิจารณ์พรรคประชาธิปปัตย์ได้อย่างเต็มปาก

ในฐานะที่ พิชัย คลุกคลีกับกระทรวงการต่างประเทศมายาวนาน

ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี 2519

และเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงนี้มาหลายสมัย

จอม จึงตั้งคำถาม เรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างไทยกับกัมพูชาซึ่งวิกฤติที่สุดครั้งหนึ่ง

ทั้งที่ ผู้ก่อตั้ง พรรคประชาธิปปัตย์ คือ นายควง อภัยวงศ์

มีรากฐานความสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างแน่นแฟ้น

นี่คือปัญหาที่ผมหนักใจมาก จาการที่รัฐบาลทำงานโดยคนไม่กี่คนทำให้

ปัญหาจากภายในกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศขึ้นมา

พิชัย มองว่ามีผู้เชี่ยวชาญเรื่องต่างประเทศจำนวนมาก

ไม่ว่าจะเป็น นายนิตย์ พิบูลสงคราม นายเตช บุญนาค นายวิทยา เวชชาชีวะ

หรือแม้แต่ อานันท์ ปัญญารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี

คนเหล่านี้มีประสบการณ์ด้านต่างประเทศมาก แต่รัฐบาลไม่เคยปรึกษา

เมื่อถาม ปัญหาความสัมพันธ์กับกัมพูชานั้น รัฐบาลมองว่าเกิดจาก ฮุนเซน ตั้งทักษิณ เป็นที่ปรึกษา

แต่ พิชัย กลับมองตรงข้าม

การที่รัฐบาลต่างประเทศแต่งตั้งคนไทยหรือใครก็แล้วแต่เป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

แต่คุณทักษิณต่อสู้อยู่กับรัฐบาลนี้ จอมถาม

ไม่แปลก สมเด็จฮุนเซน มีสิทธิ์ ผมพูดเหมือนเข้าข้าง สมเด็จฮุนเซน

แต่เขามีสิทธิแต่งใครมาเป็นที่ปรึกษาก็ได้ แน่นอนเมื่อเขาเป็นเพื่อนสนิทกับคุณทักษิณ

เขาก็อยากให้ทักษิณกลับมามีอำนาจ แต่นั่นเป็นความคิดของเขา

ไม่ว่า จะแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหรืออะไรก็ตามเราห้ามไม่ได้ แต่เรามีหน้าที่ครับ

มีหน้าที่ป้องกันแก้ปัญหาที่เผชิญหน้ากันอยู่ แต่ถ้าเราไปวุ่นวาย

ไปพูดเรื่องการแต่งตั้งคุณทักษิณก็แสดงว่าเรากำลังไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น

ก่อนสรุปว่า ทั้งไทย กัมพูชา ต่างแทรกแซงกิจการภายในด้วยกันทั้งคุ่

เมื่อ 2 ฝ่ายต่างแทรกแซง เราก็ต้องคุยกันแม้ทักษิณ

จะสนิทกับ สมเด็จ ฮุนเซน มากว่า แร่เราต้องอย่ายอมแพ้

เขายกตัวอย่างช่วงหลังสงครามเวียดนามที่สหรัฐอเมริกาถอนทหารออกจากอินโดจีน

ครั้งนั้นไทย อยุ่ในสถานการณ์ที่ลำบากเพราะต้องฟื้นความสัมพันธ์

กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่เราเคยส่งทหารไปฆ่าฟันประชาชนของลาว กัมพูชาและเวียดนาม

เราเพิ่งทะเลาะกับความเมื่อไม่กี่วันมานี้เองแต่เราอยากดีกับเขา

รัฐบาลยุคนั้นกับกระทรวงการต่างประเทศต้องทำงานอย่างหนักแต่ต้องไม่มีเงื่อนไขก่อนการเจรจา

เมื่อถามว่า สมเด็จ ฮุนเซน บอกว่าถ้าจะให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นต้องไม่มี อภิสิทธิ์ กษิต

นั่นก็เป็นเงื่อนไข เหมือนรัฐบาลไทยที่มีเงื่อนไขว่าจะเจรจา

เมื่อกัมพูชายกเลิกการแต่งตั้งคุณทักษิณ

เราจะตั้งเงื่อนไขก่อนเจรจาไม่ได้

เป็นข้อสรุปของ พิชัย

และเมื่อให้วัดผลงานของรัฐบาล

พิชัยชมว่า อภิสิทธิ์ เป็นคนเก่ง คนดี และเป็นผุ้ใหญ่

ไม่ใช่เด็กดื้อ

เรื่องที่มาที่มีการวิจารณ์ว่าเข้ามาเพราะการรัฐประหาร พิชัย ขอที่จะไม่แตะต้องเรื่องนี้

แต่ รัฐบาลทำงานเหมือนไม่มีอำนาจ คนไม่ว่าวางใจว่ารัฐบาลมีอำนาจ

ถามว่า 1 ปีที่ผ่านมา พิชัย พอใจกับผลงานรัฐบาลหรือไม่

มีหลายอย่างที่ประชาชนพอใจ แต่ผมอยากติงนิดเดียว คือ

การก๊อบปี้นโยบายประชานิยมของ ทักษิณ มาทำ เป็นสิ่งที่ดี ผมไม่ว่า

แต่อย่าทำแบบไฟไหม้ฟาง นโยบายประชานิยมต้องสม่ำเสมอ

ทำไปเรื่อยๆ วันดีคืนดีไม่ใช่อยากแจกเงิน ทำแบบหาเสียงแบบนี้แจกเสร็จเขาก็ลืมแล้ว

ขอให้ทำต่อไป แต่ทำแบบยั่งยืน

เรื่องที่ พิชัย ไม่สบายใจที่สุด คือเรื่องความขัดแย้งภายในประเทศที่นำไปสู้ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

รัฐมนตรีที่เขาให้คะแนนมากที่สุดคือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนคะแนนที่ให้กับ อภิสิทธิ์

พิชัย บอกว่า เขาดีใจที่ อภิสิทธิ์ ไม่มีประวัติเรื่องการคอร์รัปชั่น

ผมภูมิใจว่า ไอ้หลานชายรักษาความซื่อสัตย์ได้ แต่ถ้าให้คะแนน ผมให้ 5 คะแนน

ไม่ตกแต่เฉียดฉิว

ที่มา  รายงานพิเศษ มติชน สุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 8- 14 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 30 ฉบับที่ 1534

Read Full Post »