Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘วัฒนธรรม’ Category

(1)

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 … สงครามโลกที่คร่าชีวิตผู้คนไปมหาศาล … สงครามโลกที่ผู้คนมากมายต้องทุกข์เดือดร้อนทั้งกายและใจ … สงครามโลกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

“สงครามเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ช่วงเวลาหลังสงครามนั้นยืดยาวไม่มีที่สิ้นสุด” นักกู้ระเบิดคนหนึ่งเคยกล่าวไว้

วิคเตอร์ เด ลาฟวาลเลย์ (Victor de Lavalaye, บุคคลในรูปด้านบน) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแห่งเบลเยียม และผู้อำนวยการ BBC ภาษาฝรั่งเศสในเบลเยียม เกิดความคิดอยากจะให้ประชาชนช่วยกันสัญลักษณ์ V อันมาจาก Victoire และ Vrijheid ในการชุมนุมต่อต้านสงครามโลก (Victoire เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า Victory, ชัยชนะ และ Vrijheid เป็นภาษาดัตช์แปลว่า Freedom, อิสรภาพ)

เพียงไม่กี่สัปดาห์ สัญลักษณ์ตัว V ปรากฏอยู่ตามกำแพงทั่วทั้งเบลเยียม,​ เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศสตอนบน

จนกระทั่ง BBC เกิดไอเดียออก V-Campaign เพื่อรณรงค์ให้ทุกฝ่ายยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อสันติภาพของโลก

V เป็นทั้งสัญลักษณ์มือสำหรับบุคคลทั่วไป … เป็นทั้งรหัสมอร์ส ( . . . -) สำหรับผู้พิการ

แม้กระทั่งบนแสตมป์จดหมายของรัฐบาลอังกฤษ ก็เห็นคล้องกับสันติภาพ

แล้วสัญลักษณ์แห่งสันติภาพนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วยุโรปในที่สุด

ตัวอักษร V ตัวเล็กๆ … เมื่อรวมกับพลังความคิดเห็นที่ตรงกันของประชาชนมหาศาลแล้ว กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ยิ่งนัก

(2)

ในช่วงศตวรรษที่ 13 ถึง 14 (1337 – 1453) ของยุโรป เกิดสงครามระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส กินระยะเวลายาวนานนับร้อยปี ผู้คนต่างเรียกสงครามครั้งนั้นว่า “Hundred Years’ War” (ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Guerre de Cent Ans)

ในช่วงท้ายของสงคราม การรบที่อกินคอร์ต (Battle at Agincourt, 1445) พลธนูของอังกฤษมากมายถูกฝรั่งเศสจับตัวเป็นเชลยศึก

ทหารฝรั่งเศสต้องการจะทำให้พลธนูอังกฤษที่จับตัวมาได้นั้นไม่สามารถง้างธนูยิงไปได้ตลอดชีวิต

และแล้ว นิ้วชี้และนิ้วกลาง นิ้วสำคัญที่ใช้ง้างธนูก็ถูกตัดทิ้ง

แต่ในท้ายที่สุด ผู้ชนะในการรบนี้คืออังกฤษ

ตำนานความหยาบคายของสัญลักษณ์มือนี้จึงเกิดขึ้น

ทหารอังกฤษผู้กุมชัยชนะชู 2 นิ้วนี้ขึ้นเย้ยหยันทหารฝรั่งเศสผู้พ่ายแพ้

สัญลักษณ์มืออันหยาบคายและต้องห้ามจึงนี้ถูกถ่ายทอดเล่าสืบต่อกันเรื่อยมา

เดสมอนต์ มอริส (Desmond Morris) นักสัตววิทยา ศิลปินสีและนักเขียนชาวอังกฤษได้อธิบายเรื่องสัญลักษณ์มือต้องห้ามนี้ในหนังสือ “Their Origins and Distribution” ว่า

“because of the strong taboo associated with the gesture (its public use has often been heavily penalized). As a result, there is a tendency to shy away from discussing it in detail. It is “known to be dirty” and is passed on from generation to generation by people who simply accept it as a recognized obscenity without bothering to analyse it… Several of the rival claims are equally appealing. The truth is that we will probably never know…”

แปลสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ที่มาไม่รู้ รู้แต่ทุกคนรู้ว่ามันคือการสบประมาทอย่างรุนแรง!”

เพียงจากหน้ามือ…กลายเป็นหลังมือ

เด็กยิ้ม

———————————————————————————

อ้างอิง

http://en.wikipedia.org/wiki/V_sign

Read Full Post »

อยากจะขอเล่าการทดลองที่ได้ยินมานานแล้วให้ทุกคนได้อ่านกัน เชื่อว่าหลายๆท่านคงจะเคยได้ยินมาแล้ว

การทดลองนี้ ว่ากันว่า เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา เป็นการศึกษาพฤติกรรมลิงกลุ่มหนึ่ง รายละเอียดดังต่อไปนี้

มีลิงอยู่ 5 ตัว มันถูกจับให้ไปใช้ชีวิตอยู่ในกรงใหญ่ๆกรงหนึ่ง ภายในกรงนั้นมีบันไดสูงชันตั้งอยู่กลางกรง โดยที่ลิงแต่ละตัวก็ไม่รู้ว่าจะตั้งไว้ทำไม เราปล่อยให้ลิงได้ชีวิตอยู่ร่วมกันสักพักหนึ่งจนเริ่มคุ้นเคยกันและกัน

แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ได้มีใครเอากล้วยสุกๆหวีหนึ่งมาแขวนไว้เหนือบันไดกลางกรง ลิงทั้ง 5 เห็นดังนั้น จึงรีบปีนป่ายเพื่อเข้าไปแย่งชิงความเป็นเจ้าของกล้วยหวีนั้น

หารู้ไม่ กล้วยหวีนั้นมันมีกับดักซ่อนอยู่!!!

เมื่อลิงตัวหนึ่งขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของบันไดได้สำเร็จ และพยายามจะดึงกล้วยออกจากเชือกที่ผูกอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง ปรากฏว่าได้มีน้ำเย็นเฉียบจับใจถูกฉีดออกมาทั่วกรง ที่แท้เชือกนั้นถูกผูกติดอยู่กับสวิทซ์เปิดน้ำนั่นเอง

ลิงทั้ง 5 เมื่อได้โดนน้ำเย็นเฉียบฉีดใส่ก็พากันวิ่งเต้นเป็นจ้าละหวั่น หนาวสั่นไปทั้งร่างกาย จนกระทั่งน้ำเย็นหยุดลง…

ยัง!!! ยังไม่เข็ด มีลิงอีกตัวหนึ่งอยากลองดี ปีนขึ้นไปดึงกล้วยออกจากเชือกอีกครั้ง เหตุการณ์ซ้ำๆเกิดขึ้นอีกที ความหนาวเย็นปกคลุมทั่วกรงขัง

ในที่สุด ลิงทั้ง 5 ก็ไม่กล้าแม้แต่จะปีนขึ้นไปบนบันไดซักตัว คงจะเข็ดหลาบกันไปไม่น้อย

การทดลองยังดำเนินต่อไป…เขาจับลิงในกรงออกมา 1 ตัว หลังจากนั้นนำลิงตัว ใหม่ 1 ตัวเข้าไปแทนที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือ ลิงตัวใหม่พอเห็นกล้วยที่แขวนอยู่ มันก็รีบพุ่งเข้าไปที่บันไดทันที แต่…เดี๋ยวก่อน น้ำเย็นไม่ได้ถูกฉีดออกมาแล้วครับ  นั่นเป็นเพราะลิงรุ่นพี่ทั้ง 4 เข้าไปรุมสกัมเจ้าลิงน้องใหม่อย่างสุดชีวิต

4 รุม 1 แบบนี้ เห็นทีลิงน้องใหม่ก็คงต้องยอมลิงรุ่นพี่ล่ะนะ ลิงน้องใหม่ก็เลยไม่คิดที่จะเข้าใกล้บันไดอีกด้วยความกลัวผสมความฉงนงงๆ

ยังครับ การทดลองยังไม่จบครับ เขาปล่อยให้ลิงอยู่อาศัยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเราจับเอาลิงรุ่นพี่อีก 1 ตัวออกมาจากกรง แล้วเอาลิง Gen 3 ใส่เข้าไปในกรงแทน เหตุการณ์เดิมๆเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง ลิงรุ่นพี่ทั้ง 3 เข้าไปรุมสกัมน้องใหม่ทันทีที่มันคิดจะปีนขึ้นบันได … อ่ะ ไม่สิ!!! นั่นมัน ลิงรุ่นน้อง Gen 2 เข้าไปร่วมวงกับลิงรุ่นพี่ด้วย!!! รับน้องใหม่กันสนุกเลยสิครับ

เขาทำการทดลองแบบนี้ไปเรื่อยๆ จับลิงเก่าออกมา เอาลิงตัวใหม่ใส่เข้าไป จนกลายเป็นลิงทุกตัวที่ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์หนาวเย็นมาก่อนเลย

แต่…ไม่มีลิงตัวไหนเลยที่คิดจะปีนบันไดขึ่้นไปพิชิตกล้วยหวีนั้นเลยครับ!!!

เราหลงลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า?

เคยคิดทบทวนบ้างไหมว่า พฤติกรรมที่เราแสดงออก การกระทำที่ทำอยู่ทุกวัน กระบวนการการทำงานต่างๆของเรานั้น มันควรจะเป็นแบบนั้นแล้วจริงหรือ?

นี่เป็นกับดักทางจิตวิทยาครับ เรายึดถือกันตลอดมาว่า อะไรที่มีอยู่มาช้านานเป็นสิ่งที่ควรรักษาไว้และประพฤติปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน ตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด

แต่เด็กก็อาบน้ำร้อนมาตั้งแต่เด็กๆแล้วเหมือนกันแหละน่า อีกอย่าง ตามหลังผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่โดนหมากัดก็มีถมเถไป!!! … ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆทำให้เกิดนวัตกรรมขึ้นบนโลกใบนี้มาแล้วมากมายครับ

แต่อย่างไรก็ตาม …​ความคิดเก๋าๆเก่าๆก็เป็นตัวคอยพยุงหนุนหลังให้ก้าวไปด้วยความมั่นคงเช่นกัน

เราจึงควรต้องหาจุดที่ลงตัวระหว่าง “ความคิดใหม่ๆไฟแรงสูง”กับ”ความคิดเก่าๆเก๋าประสบการณ์” นำมาประยุกต์ผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

ลองทบทวนชีวิตของตัวเองดูครับ ว่าเรารู้แล้วหรือยังว่า ถ้าเกิดปีนขึ่้นไปดึงกล้วยแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น?

เพราะบางที เชือกที่ใช้แขวนกล้วย อาจไม่ได้ผูกติดกับสวิทซ์เปิดน้ำเย็นแล้วก็เป็นได้

@smileyKiD

Read Full Post »

Love Death

henry

Love Death

Performance Art

Read Full Post »

henry

Unleash Demoniac

Art Performance

Read Full Post »

Rip da Twat

henry

Rip da Twat

Art Performance

June 05, 2009

Transcendent Kaos

Read Full Post »

Emancipation

henry

Emancipation

Art Performance

Aug 17, 2009.

@ Rain Dog, 1st Sathorn Lane, Yannawa.

Read Full Post »

ความจริงวันนี้

1) จากการวิจัย คนไทยดูโทรทัศน์เป็นกิจกรรมยามว่างมากถึง 55.4 เปอร์เซ็นต์ [1]

2) จากการศึกษาเช่นเดียวกัน ช่วงเวลาสองทุ่มถึงสี่ทุ่ม เด็กไทยอายุ 2-6 ปี 23.1 เปอร์เซ็นต์ดูทีวีอยู่, เด็กอายุ 7-12 ปี 29.5 เปอร์เซ็นต์ก็ดูทีวีเวลานี้เช่นกัน และสุดท้าย เด็กอายุ 13-19 ปี เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังดูทีวีอยู่เช่นกัน [1]

3) ฟรีทีวีช่องสาม ห้า เจ็ด เก้า สิบเอ็ด และทีบีพีเอส ช่วงสองทุ่มถึงสี่ทุ่มส่วนใหญ่เป็นละครน้ำเน่า

4) ละครน้ำเน่าส่วนใหญ่มีเนื้อหารุนแรง ตบตบจูบจูบ วีนวีนกรี๊ดกรี๊ด นางเอกโง่ พระเอกโง่กว่า นางร้ายเกือบฉลาด แม่นางร้ายก็เหมือนจะฉลาด พระเอกรวยอย่างไม่มีเหตุผล นางเอกจนอย่างไม่มีที่มาที่ไป อีทีซี

5) ความคลุมเครืออย่างนึงก็คือยังเป็นที่ถกเถียงว่า ละครที่ไม่ฉลาดนัก จะทำให้คนดูไม่ฉลาดตามไปด้วยรึเปล่า? บางส่วนก็พูดว่า ดูแค่ขำ ๆ เพื่อความตลกจะเอาอะไรกันนักกันหนา แต่จากงานวิจัยทั่วทุกมุมโลก [2] ก็บอกอย่างชัดเจนว่า เนื้อหาละครรุนแรง ๆ ที่เราดูผ่านตา ผ่านสมองซีกซ้าย ผ่านสมองซีกขวา ทะลุออกหูซ้าย หูขวาเพียงแค่บางส่วน เพราะจะมีบางส่วนค้างอยู่ในจิตใต้สำนึกลึก ๆ ไม่ใช่จะกดปุ่มลากลงรีไซเคิลบิน ลบทิ้งไม่เหลือร่องรอยกันออกได้ง่าย ๆ

6) ถึงข้อถกเถียงในข้อห้า) อาจจะไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ที่คนเขียนคิดว่าชัดชัวร์ ก็คือ ถ้าเราได้เสพสิ่ง “ดี ๆ” จะทำให้อย่างน้อยเราได้อะไร “ดี ๆ” ติดกลับไปบ้างแน่นอน โดยที่ไอ้สิ่งดี ๆ ที่หมายถึง ไม่จำเป็นจะต้องเป็นศิลปะชั้นสูง หรือเพลงคลาสิกประเภทนั่งฟังไป จิบไวน์ไป เพราะสิ่ง “ดี ๆ” ก็คือของ “ดี” ที่ใครจะชอบแนวไหน หรือประเภทอะไรก็แล้วแต่รสนิยมส่วนตัวของผู้บริโภคที่แยกไม่ได้ด้วยคำว่าถูกหรือผิด เพราะละคร “ดี” ก็คือละครที่ดี ไม่ใช่ละครเกาหลี ไม่ใช่ละครซีรีย์อเมริกัน เพลง “ดี” ก็คือเพลงที่ดี ไม่ใช่เพลงค่ายเลิฟอีส สมอลล์รูม ไม่ใช่เพลงคลาสิก ไม่ใช่ดนตรีแจ๊ซ   ละครเกาหลีเบาสมองบางเรื่องก็ดูสนุกดี มีตรรกะ และได้ข้อคิดง่าย ๆ ตามสภาพชีวิตสังคม “จริง ๆ” หรือกระทั่งหนังแบทแมนบีกินภาคล่าสุด ก็จัดได้ว่าเป็นหนัง “ดี ๆ” ที่บันเทิงมาก แถมมีประเด็นเยอะแยะให้กลับไปคิดเป็นการบ้านระดับมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัยได้หลายวิชา

7) แต่สื่อ หรือสิ่ง “ดี ๆ” ไม่ใช่ของที่หาชม ฟัง หรือ เสพได้ง่ายนักในสังคมไทย เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว เพลงดีก็หาฟังยาก หนังดีก็หาดูยาก บิททอร์เร็นที่ซีดไฟล์ดีก็ยังหายากเลย! ของที่หาง่าย ๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ขายดีที่สุดอันดับหนึ่ง สอง และสามของประเทศก็มักจะไม่ค่อยมีอะไรดี ๆ ของที่หาง่าย ๆ ตามทีวีช่วงไพร์มไทม์ก็มักไม่ใช่ของดี ๆ รวมถึงเพลงในหลาย ๆ คลื่นความถี่ก็ไม่ใช่ของดี ๆ อีกเหมือนกัน

8 ) แต่ไม่ว่า จะเป็นสื่อประเภทไหนล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจ ซึ่งธุรกิจอยู่ได้ด้วยกำไร ซึ่งกำไรมาจากผู้บริโภค อิมพลายได้ว่า ธุรกิจสื่อ สร้างสรรโปรดักขึ้นมาโดยขึ้นกับตลาดในประเทศไทย ซึ่งหมายถึงคนไทยส่วนใหญ่ พูดง่าย ๆ ก็คือเพราะคนส่วนใหญ่ชอบแบบนี้ ของแบบนี้เลยยังมีอยู่

9) แต่ตรรกะในข้อแปด) ก็อาจจะไม่จริงเสมอไป เพราะผมก็ยังเชื่อว่า จริง ๆ แล้วผู้บริโภคลึก ๆ ก็ไม่ได้ต้องการรสนิยมแบบนี้หรอก แต่เป็นธุรกิจสื่อเองต่างหากที่ยัดเยียดสิ่งเหล่านี้ให้ โดยไม่คิดพัฒนาอะไร ๆ มันดีขึ้น อาจจะเพราะรับความเสี่ยงเชิงผลกำไรที่จะทำละครรูปแบบใหม่ ๆ ไม่ได้ หรือเคยทำแล้วแต่เจ๊งไม่เป็นท่า หรือไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้มันใหม่นี่หน่า เพราะของเดิมก็ขายได้ดีอยู่แล้ว คู่แข่งรายใหม่ ๆ ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดก็ไม่มี หรือจะเป็นเพราะฝีมือไม่ถึง หรือฝีมือถึงแต่ไม่กล้า หรือเป็นเพราะตลาดในเมืองไทยเล็กมาก ทำให้การลงทุนทำสิ่งยาก ๆ ใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ยากเพราะไม่คุ้มทุน ดังนั้นทั้งเพลง ละคร ภาพยนตร์ และหนังสือพิมพ์เลยถูกจำกัดให้อยู่เลยในรูปแบบที่ทำง่าย ๆ ขายง่าย ๆ แล้วก็เอากำไรมาทำของง่าย ๆ ขายง่าย ๆ ไปเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดกรณีนี้ ก็เช่นกรณีของค่ายเพลงเบเกอรี่เป็นต้น ที่เป็นค่ายเพลงที่น่าสนับสนุนมาก ๆ และดูจะแข็งแกร่ง ยืดหยัดมานาน เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มาก ๆ แต่จนแล้วจนรอดค่ายนี้ต้องล้มไป และค่ายใหม่ก็ดูจะเป็นคอมเมอร์เชี่ยวมากขึ้น ผมไม่ทราบเหตุผลลึก ๆ หรอกนะ แต่ถ้าให้เดาคือ เหตุผลหลัก ๆ ข้อนึง ต้องมีเรื่องของเงินแน่นอน

10) โดยสรุป คำถามง่าย ๆ คือ ใช่หรือไม่ ที่มันไม่สำคัญหรอกว่า หนังสือพิมพ์ ละคร ภาพยนตร์ และเพลง ในปัจจุบันมันจะเป็นอย่างไร แต่รากของปัญหาจริง ๆ คือเรื่องของการศึกษาของชาติ คือเป็นปัญหาที่ตัวระบบแท้ ๆ ไม่ใช่เป็นปัญหาที่คนเป็นเหตุ

11) และอีกคำถามง่าย ๆ ก็คือ ใช่หรือไม่ ที่ปัญหาการศึกษาของชาติต้องแก้ โดยเริ่มจากการเมืองที่ดี

12) และคำถามสุดท้ายที่ไม่ใช่คำถามง่าย ๆ ก็คือ … เราจะแก้กันอย่างไร ?

13) ถ้าคิดไม่ออก มีอารมณ์เครียด ก็หนีเปิดทีวีช่วงสองทุ่มถึงสี่ทุ่มแบบสุ่ม ๆ ยังไงเดี๋ยวก็เจอละครน้ำเน่า ดูแก้เครียดกันจะดีกว่า

14) วนกลับไปข้อหนึ่ง)

อ้างอิง :

[1] การสำรวจ “ศึกษาอิทธิพลของการชมรายการโทรทัศน์กับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในกลุ่มคนดู ศึกษาเด็ก เยาวชน และประชาชน”อายุ 2 – 6 ขวบ 7- 12 ปี 13 – 19 ปี และอายุ 20 ปีขึ้นไปใน กทม.และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ของประเทศ จำนวน 2,159 ตัวอย่าง วันที่ 24-28 เม.ย.2551, http://wechange.seubsan.net/Joomla/index.php/we-article/turnoff-tv/177-research-want-go-to-leading-actor-for-ravish

[2] รายการโทรทัศน์เป็นภัยต่อเด็กจริงหรือไม่?,  http://news.sanook.com/scoop/scoop_156415.php

ข้อมูลเพิ่มเติม:

– The Impact of Fictional Television Stories on U.S. Adult Fatalities: New Evidence on the Effect of the Mass Media on Violence, by David P. Phillips, University of California, San Diego , http://www.jstor.org/pss/2779364

The Sociology of Soap Operas, Briana Beckham, http://www.students.sbc.edu/beckham04/The%20Sociology%20of%20Soap%20Operas-Final.doc

บทบาทของ “สื่อ” ดุลยภาพระหว่างสิ่งที่สังคม “อยากรู้” กับสิ่งที่สังคม “ควรรู้”, http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9470000053768

– เราควรรื้อถอนโครงสร้างของละคร ‘น้ำเน่า’ หรือไม่? , http://www.winbookclub.com/basket_detail.php?id=248

Read Full Post »

smileyKiD

 

podcast  ในประเทศไทย ช่องทางการกระจายสื่ออีกทางหนึ่ง

 

Podcast คืออะไร?

 

ส่วนใหญ่ Podcast นั้นคนจะรู้จักชื่อมันที่ iTunes ที่แถบด้านซ้ายแต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่า Podcast มันคืออะไรกัน มันมีดีอะไรถึงไปอยู่บนโปรแกรมฟังเพลงยอดนิยมอย่าง iTunes ได้

 

Podcast เป็นรายการวิทยุหรือรายการทีวีที่เผยแพร่ทางโลกไซเบอร์เป็นรายสะดวก หรือตามที่ผู้จัดรายการนัดหมายผ่านทาง RSS feeds ครับ พูดอย่างนี้คงจะนึกภาพไม่ออก

 

ถ้าเปรียบการฟังวิทยุผ่านอินเทอร์เน็ตสดๆ หรือการดูทีวีผ่านทางอินเทอร์เน็ต(Streaming Media) เหมือนกับการฟังวิทยุ FM หรือดูทีวีที่บ้านธรรมดาๆ Podcast ก็คงจะเหมือนกับการเอารายการต่างๆมาบันทึกเป็น Audio Clip หรือ Video Clip แล้่วเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตนั่นเอง ด้วยความที่เป็น Audio Clip หรือ Video Clip ทำให้สามารถเปิดดูหรือฟังเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ

 

แล้วจะฟัง/ดู Podcast ยังไง

 

โปรแกรมอยากจะแนะนำ ไม่ใกล้ไม่ไกลที่ไหนเลย นั่นก็คือ Apple iTunes ครับ

การ Subscribe ก็ไม่ยากครับ เปิด iTunes ขึ้นมา เลือก Advanced >> Subscribe to Podcast.. >>  Copy Link  มา Paste ลงในช่อง แล้วก็ OK ไป ถ้า Link ถูกต้องคอมพิวเตอร์ของคุณก็จะ Download Podcast อันล่าสุดมาไว้ในเครื่องของคุณอย่างอัตโนมัติครับ

นอกจากนี้ยังสามารถ Synchronize เข้าสู่ iPod พกพาไปฟังที่ไหนก็ได้

และที่สำคัญ..ฟรี ครับ!!! ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น (ไม่รวมค่า Computer, สัญญาณอินเทอร์เน็ตนะครับ) แถม iTunes จะทำการ Auto Check Podcast ว่ามีตอนใหม่ออกมาให้ฟังหรือยัง ถ้ามีตอนใหม่ก็จะ Download มาโดยอัตโนมัติ สะดวกสบายดีแท้

 

พอจะมี Podcast ที่อยากจะแนะนำไหม

 

สำหรับในไทยนั้น Podcast ยังไม่ใช่เรื่องที่แพร่หลายอะไรนัก  ผมหา Podcast สัญชาติไทยเจอแค่ประมาณตัวเลขหลักสิบเท่านั้น 

http://www.changkhui.com – เป็น Podcast วาไรตี้ที่เหมือนจะโน้มเอียงไปทางเทคโนโลยีอยู่หลายตอนเหมือนกัน แต่มันก็เป็นรายการโปรดของผมเลยทีเดียว

http://www.macdd.com – Podcast ที่คอย Update ข่าวสารเกี่ยวกับ Mac ตามชื่อนั่นแหละ

http://www.dualgeek.com – Podcast อีกอันที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง Mac ครับ

นอกจากนั้นก็มี Podcast รายการวิทยุของ FM 100.5 Mhz และก็มีของ AtimeMedia ที่น่าสนใจครับ ลอง Search หาใน Google ดู

 

ในต่างประเทศนั้น ที่ผมเคยไปท่อง iTunes Store ของประเทศญี่ปุ่นและอเมริกามา ก็พบว่ามี Podcast มากมายให้เลือกฟังหรือดู และหลากหลายประเภทด้วย มีตั้งแต่ข่าวสารบ้านเมือง เทคโนโลยี หรือแม้กระทั่ง VDO Training โปรแกรมต่างๆ ให้หัดทำตามกัน

 

น่าแปลกอย่างหนึ่งคือ ผมลอง Search หา Podcast ไทยใน iTunes Store ปรากฏว่า เจอ Podcast สนทนาทางธรรมมากกว่าประเภทอื่นๆทั้งมวล

 

แล้วทำไมถึงมาพูดเรื่อง Podcast ล่ะ

 

ผมเชื่อว่า Podcast เป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจและเชื่อว่า หากมีการผลักดันๆอย่างจริงจัง มันสามารถบูมได้และกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของสังคมได้อย่างไม่ยากเย็น

 

สังคม iPod ในไทยตอนนี้เป็นสังคมที่ใหญ่และสามารถเติบโตได้อีกอย่างยาวนาน  กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหรือไม่ก็เป็นวัยทำงานช่วงต้นๆ (อายุตั้งแต่ 13-30 หรือ Generation Ys – Millennials) ซึ่งการมี iPod ไว้ในครอบครองนั้น ก็หมายความว่า คอมพิวเตอร์ก็ต้องมี iTunes เพื่อจัดการไฟล์เพลงใน iPod อย่างแน่นอน ดังนั้นผมจึงเชื่อว่า การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ด้วย Podcast ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร และเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจมากๆ

 

มีบางเวลาที่ผมได้ฟังรายการวิทยุดีๆ มีประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนในสังคม หรือแม้กระทั่งเวลาที่ผมเปิดทีวีดูรายการดีๆขณะหยุดอยู่บ้านในวันที่ไม่มีเรียน ในใจผมก็คิดเสียดายที่รายการดีๆมีสาระ มีประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนในสังคมมากมายไม่ถูกจัดอยู่ในช่วง Prime Time ซึ่งเต็มไปด้วยละครน้ำเน่าแบบฉบับเมืองไทย เมื่อคุณคิดจะสร้างรายการป้อนให้แก่สถานี ทุกๆรายการก็คงอยากจะให้มีคนดูมากๆ Rating สูงๆ

 

ลองทำรายการดีๆเหล่านั้นให้เป็น Podcast สิครับ

 

ไม่น่าใช่เรื่องยากอะไรสำหรับสื่อดังๆกับการ Convert จากรายการทีวีให้ไปเป็น Video Clip หรือรายการวิทยุให้ไปเป็น Audio Clip แล้วหาพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ Podcast ไว้แล้วหาโปรแกรมเมอร์ซักคนมาเขียน Script PHP เพื่อเผยแพร่ Podcast ลงสู่อินเทอร์เน็ต และหมั่นคอยดูแล Update อยู่เสมอๆ อย่างนี้น่าจะทำได้ง่ายกว่าการที่สื่อต่างๆไปทำ Streaming Media นะครับ (แต่จุดประสงค์ระหว่าง Podcast กับ Streaming Media อาจจะต่างกันครับ) (เรื่องต้นทุนระหว่าง Podcast กับ Streaming Media นี้ไม่ชัวร์ครับ ไม่มีความรู้ หากใครยืนยันได้ก็ช่วยยืนยันอีกที)

 

ยกตัวอย่างเช่น รายการนายกฯคุยกับประชาชน (ที่นายกฯไทยคนที่ 27 จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552) เนื่องจากวันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวหรือวันพักผ่อน ครอบครัวส่วนใหญ่ก็จะพักผ่อนเที่ยวห้าง ไปกินข้าว ทำกิจกรรมอื่นๆกัน คงจะมีบางท่านที่อยากจะฟังแต่ไม่มีเวลา ถ้าท่านนายกฯอยากให้สิ่งที่ท่านพูดบรรยายนั้นเผยแพร่กว้างขวางยิ่งขึ้น การทำ Podcast ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากทีเดียว

 

ดังนั้น ในใจผม จึงอยากให้ลองพิจารณา Podcast เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารถึงผู้บริโภคสื่อครับ

 

นายกระจอก

9 มกราคม 2552

Read Full Post »

ทุนสังคม กับ การพัฒนาทุนมนุษย์

recommendare

 

บันทึก

จากการสัมมนาหัวข้อ  “ทุนสังคม กับ การพัฒนาทุนมนุษย์”

 

การสัมมนาวิชาการประจำปี 2551

วันที่  29  –  30  พฤศจิกายน 2551

โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี

 

บรรยาย  โดย

คุณสุวรรณี คำมั่น และคณะ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

จัดโดย

มูลนิธิชัยพัฒนา 

สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

 

บทสรุปมีดังนี้

 

แนวคิด และความสําคัญของทุนทางสังคมเป็นที่ยอมรับขององค์กรพัฒนาระหว่างประเทศต่างๆ ว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนอันนําไปสู่ความผาสุกของคนในชาติ  โดยเฉพาะ OECD นั้นพิจารณาว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนจะเกิดจากทุนมนุษย์และทุนทางสังคมถึง 4  ในสิบส่วน ขณะที่ 2 ส่วนเกิดจากทุนกายภาพและทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ และในบริบทไทย ทุนทางสังคมถือเป็นทุนสําคัญที่เสริมสร้างวิถีชีวิตที่ดีงามของคนในสังคมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการปกครองของประเทศมาช้านาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริการและกระบวนการผลิตในภาคเศรษฐกิจ การช่วยบรรเทาความรุนแรงและแก้ปัญหาในยามที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคม   

 

สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ศึกษาแนวความคิดและองค์ประกอบของทุนทางสังคม ตลอดจนกําหนดกรอบตัวชี้วัดเพื่อแสดงให้เห็นความมีอยู่ของทุนทางสังคมของไทย โดยกําหนดว่า “ทุนทางสังคม เกิดจากการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทํา บนฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ  สายใยผูกพัน และวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทยผ่านระบบความสัมพันธ์ที่มีการสะสมในลักษณะเครือข่ายขององค์ประกอบหลัก ได้แก่ คน สถาบัน วัฒนธรรม และองค์ความรู้ ซึ่งจะเกิดเป็นพลังในชุมชนและสังคม”

 

สําหรับการประเมินสถานภาพทุนทางสังคมนั้น จะพิจารณาทั้งระดับ Micro และ Macro โดยระดับ Micro เป็นการประเมินผลทุนทางสังคมที่เป็นทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทหลักในการพัฒนาองค์กร/ประเทศให้เจริญก้าวหน้า โดยทุนมนุษย์ที่เป็นทุนทางสังคมนั้นจะต้องเป็นคนที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ มีน้ําใจและเอื้ออาทร และมีความเชื่อในระบบคุณค่าและหลักศีลธรรมที่ดี เช่น คุณธรรม วินัย ความซื่อสัตย์และจิตสํานึกสาธารณะ ฯลฯ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของการรวมกลุ่มและเครือข่าย การมีความไว้วางใจและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีการดําเนินกิจกรรมและให้ความร่วมมือในการทํากิจกรรมต่างๆ ของชุมชนร่วมกัน สามารถเข้าถึงข่าวสารและการสื่อสารซึ่งเป็นเครื่องมือในการช่วยคนในชุมชนให้สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ ตลอดจนมีอํานาจในการตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง

 

สําหรับระดับ Macro เป็นการประเมินผลของทุนทางสังคมที่เป็นปัจจัยแวดล้อมทุนมนุษย์ ประกอบด้วย สถาบันทางสังคมต่างๆ  วัฒนธรรม และองค์ความรู้/  ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีอิทธิพลต่อการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ทั้งด้านความรู้ ทักษะ ค่านิยม ตลอดจนคุณธรรมและจริยธรรมต่างๆ 

 

ผลการประเมินสถานภาพทุนทางสังคมในระดับ Micro พบว่า ประเทศไทยมีทุนทางสังคมโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยจุดเด่นคือประชาชนมีแนวโน้มรวมกลุ่มและเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกันมากขึ้น คนส่วนใหญ่เป็นคนมีน้ําใจ ไมตรี มีความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น มีความสามัคคี มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและเข้าร่วมทํากิจกรรมเพื่อสาธารณะต่างๆ มีความไว้วางใจต่อกัน และเป็นผู้มีจิตสาธารณะ  ขณะที่จุดด้อยคือคนส่วนหนึ่งไม่ค่อยยึดถือกฎ ระเบียบและกติกาของสังคม มีค่านิยมฟุ่มเฟือย นิยมวัตถุ รักสนุกรักสบาย รักพวกพ้อง ให้ความสําคัญกับระบบอุปถัมภ์ ฯลฯ ขณะเดียวกันความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนระดับ Macro พบว่า ระบบสถาบันทางสังคมต่างๆ มีแนวโน้มอ่อนแอและมีบทบาทในการพัฒนาทุนมนุษย์ลดลงทั้งสถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา สถาบันธุรกิจเอกชนสถาบันสื่อ ฯลฯ ขณะที่ประเทศไทยมีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ดีงามมากมายแต่ยังไม่ได้ให้ความสําคัญในการที่จะพัฒนาและนําไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศเท่าที่ควร ทําให้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ดีงามหลายอย่างกําลังเลือนหายไปจากสังคม  ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทุนมนุษย์และต่อการพัฒนาประเทศ

 

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยและแนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อทุนทางสังคมและทุนมนุษย์ของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาทิ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี/การสื่อสาร การเคลื่อนย้ายคนอย่างเสรี การก้าวสู่สังคมหลังฐานความรู้ การขยายตัวของเมือง ฯลฯ ดังนั้น จึงมีประเด็นที่ถือเป็นความท้าทายต่อการพัฒนาทุนมนุษย์และทุนทางสังคมในอนาคต ดังนี้ 

 

1.  การพัฒนาทุนมนุษย์และทุนทางสังคมเพื่อเพิ่มผลิตภาพทางสังคม (Social Productivity) โดย


 1.1 สร้างความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางสังคม ทุนมนุษย์ และทุนภูมิปัญญา โดยกําหนดค่านิยมพื้นฐานร่วม (Core Value) สําหรับสังคมไทยและคนไทยทุกคนในการสร้างเสริมและใช้ประโยชน์ทุนทางสังคมระหว่างกลุ่มต่างๆ เพื่อนําไปสู่การเพิ่มผลิตภาพทางสังคม อันเป็นพลังสําคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ 


 1.2 เร่งพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทยไปสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21 โดยนอกจากทุนมนุษย์ต้องรู้ว่าในโลกนี้มีอะไร (Knowing) รู้แล้วนํามาคิดต่อยอดได้หรือไม่ (Thinking) นําความคิดนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ (Serving) และนําความรู้ที่มีและได้มานั้นมาเป็นประสบการณ์ได้หรือไม่ (Experiencing)แล้วนั้น ต้องมีจิตสาธารณะใน 5 ประการ คือ จิตแห่งวิทยาการ จิตแห่งการสังเคราะห์  จิตแห่งการสร้างสรรค์ จิตแห่งความเคารพ จิตแห่งคุณธรรม ซึ่งล้วนเป็นมิติที่เป็นต้นทางของการสร้างทุนทางสังคมที่นํามาเติมเต็มในกระบวนการพัฒนาทุนมนุษย์ให้มีภูมิคุ้มกันพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และที่สําคัญเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายและทุกระดับของกระบวนการพัฒนาประเทศ

 

 1.3 เสริมสร้างบทบาทครอบครัว ชุมชน ศาสนสถานให้เข้มแข็ง มีสัมพันธภาพที่ดี  ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทสื่อในการนําเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการสร้างกระแสให้เกิดการรับรู้และความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อวิชีวิตครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ   

 

1.4 ขยายฐานและพัฒนาต่อยอดการมีส่วนร่วมของชุมชนและการเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ให้ชุมชนสามารถกําหนดตําแหน่งการพัฒนาชุมชน (Market positioning) ที่บ่งบอกจุดหมายปลายทางการพัฒนาตัวเองบนฐานของทุนที่มีอยู่ในชุมชน  

 

2. การสร้างพลังให้เกิดทุนทางสังคมที่เข้มแข็งเพื่อการพัฒนาทุนมนุษย์ที่ตอบสนองความต้องการกําลังคนในอนาคต โดย เสริมสร้างปัจจัยแวดล้อมที่เกื้อหนุนให้เกิดการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์และทุนทางสังคมที่เข้มแข็งในทุกมิติที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งทบทวนและปรับปรุงนโยบายกฎระเบียบ กฎหมาย รวมถึงวัฒนธรรมบางอย่างที่จะขัดขวางการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบวินัย อาทิ ระบบอุปถัมภ์ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทุนมนุษย์และทุนทางสังคม

 

รายงานฉบับเต็ม

 

Read Full Post »

แนวทางการทำงานบอล

triamboy

 

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้นำเสนอเรื่องราวงานบอลที่เกิดขึ้น  ผ่านการเรียบเรียงงานเขียนในอดีตของข้าพเจ้าเองในบทความเรื่อง  “ครั้ง 1 ของคน 1 คน กับอีกงาน 1 : ย้อยมอง “คุณค่า” ผ่านงานบอล”  เมื่อวันที่  19  มกราคมไปแล้วนั้น  ข้าพเจ้าได้พยายามทบทวนสิ่งอื่นที่เกิดขึ้นหลังจากเวลานั้น  แล้วได้พบว่า  หลังจากนั้นเป็นเวลา  2  เดือน ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเขียนงานขึ้นมาอีกงานหนึ่งเพื่อส่งมองให้กับน้องๆ  ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในรุ่นถัดมา  และใช้ประกอบการสัมมนาถ่ายทอดงานขององค์การบริหารสโทสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดใหม่อีกด้วย

 

บทความชิ้นนี้นำเสนอข้อสรุปเบื้องหลังของการวางแผนการทำงานบอลตามการรับรู้ของข้าพเจ้า  (ผู้เขียน)  เองในฐานะเป็นบุคคลคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของงานบอลร่วมกับอีกหลายชีวิต  

 

ความมีดังนี้

 

 


  

 

แนวทางการทำงานบอล

 

การจัดโครงสร้างงานบอล


การจัดโครงสร้างการดำเนินงาน  และการจัดการประสานงานภายใน  ได้แก่ทีมงาน  มหา -วิทยาลัย  และสมาคมนิสิตเก่าฯ  รวมทั้งการจัดการประสานงานภายนอก  ได้แก่  ทีมงานธรรมศาสตร์  และสมาคมศิษย์เก่าธรรมศาสตร์  โดยทั่วไปแล้วเป็นการกำหนดหน้าที่  ภาระงาน  และขอบเขตความ รับผิดชอบของสมาชิกแต่ละคนภายในงานบอล  เพื่อให้สมาชิกแต่ละคนสามารถปฏิบัติงานได้ตรงตาม หน้่าที่ที่ได้รับมอบหมาย  การจัดโครงสร้างงานบอลที่เหมาะสมทำให้การดำเนินงานของงานบอลเป็น ไปตามแผนงานที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ  และบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในที่สุด

 

ปัจจัยที่นำมาพิจารณาในการจัดโครงสร้างงานบอล

 

การจัดโครงสร้างงานบอลในแนวตั้ง

 

๑.)  เอกภาพของหัวหน้างาน (การบังคับบัญชา)  นั่นหมายถึง  หลักการที่กำหนดให้ผู้ใต้บังคับ บัญชามีผู้บังคับบัญชาในระดับเหนือตนเองขึ้นไปเพียงคนเดียว  (ในกรณีประธานคู่ก็เช่นกัน  ประธานคู่ มีคำสั่งงานเดียวกันเป็นข้อสรุป)  ที่จะมีอำนาจ  ในการสั่งงาน


๒.)  บทบาท  (หน้าที่)  อำนาจ  และความรับผิดชอบ  ทีมงานหลัก  (ผู้บริหาร)  จะเป็นผู้กำหนด ขอบเขตอำนาจ  หน้าที่  และความรับผิดชอบให้กับคนช่วยงาน  (ผู้ใต้บังคับบัญชา)


๓.)  ช่วงของการควบคุม  โดยกำหนดจำนวนทีมงานช่วยงาน  (ผู้ใต้บังคับบัญชา)  ที่หัวหน้า งาน  (ผู้จัดการ)  จะสามารถอำนวยการ  สั่งงาน  และดูแลควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ


๔.)  อำนาจการตัดสินใจที่ศูนย์กลาง  และการกระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่ทีมงาน  (ผู้ใต้ บังคับบัญชา  รวมทั้งพนักงานระดับล่าง)  การดึงอำนาจการตัดสินใจไว้ที่ศูนย์กลางนั้น  หัวหน้างาน  หรือทีมหัวหน้างาน  (ผู้บริหาร)  จะมีอำนาจในการตัดสินใจปัญหาของงานบอล   รวมทั้งข้อสรุปสำคัญ  โดยไม่มอบอำนาจการตัดสินใจให้กับทีมช่วยงาน  (ผู้ใต้บังคับบัญชา)  ส่วนการกระจายอำนาจการ ตัดสินใจไปสู่ทีมงาน  (ผู้ใต้บังคับบัญชา  รวมทั้งพนักงานระดับล่าง)  นั้นเป็นการมอบอำนาจในการ ตัดสินใจปัญหาของงานบอลในบางเรื่องให้กับทีมงานสามารถตัดสินใจเองได้  การจัดโครงสร้าง งานบอลที่เหมาะสม  หัวหน้างาน  หรือทีมหัวหน้างาน  (ผู้บริหาร)  ต้องพิจารณาการดึงอำนาจ  และการกระจายอำนาจในการตัดสินใจไปสู่ระดับล่างอย่างเหมาะสม

 

การจัดโครงสร้างงานบอลในแนวนอน


๑.)  การแบ่งงานกันทำ  แบ่งความรับผิดชอบให้กับทีมงานในหน่วยงาน  ฝ่ายเดียวกัน อย่างเหมาะสม


๒.)  การจัดแผนกงาน  เป็นกระบวนการจัดกลุ่มงานที่ต้องทำร่วมกันเข้าไว้ในฝ่าย  หรือแผนก เดียวกัน  เพื่อให้งานบอลทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างดีที่สุด  โดยมีปัจจัยที่นำมาพิจารณาในการ จัดแผนกงาน  ดังนี้


              การแบ่งโดยพิจารณาหน้าที่ในงานบอล  อาทิ  ประสานงานกับสมาคม

              การแบ่งโดยพิจารณากิจกรรมของงานบอล  อาทิ  การแสดง  พาเหรด

              การแบ่งโดยพิจารณาที่ตั้งของคณะ  หน่วยงานในมหาวิทยาลัย

              การแบ่งโดยพิจารณาหน่วยงานที่ต้องประสานงาน  ติดต่อ

 

ขั้นตอนการจัดโครงสร้างงานบอล


ขั้นที่  ๑.)  การวิเคราะงานต่างๆ  ที่ต้องกระทำ  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของงานบอล  ซึ่งจะนำมาใช้ในการกำหนดหน้าที่  ภาระงาน  และความรับผิดชอบ


ขั้นที่  ๒.)  การพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดังกล่าว  ซึ่งจะนำมากำหนดตำแหน่งงาน


ขั้นที่  ๓.)  การจัดรวมงานเป็นกลุ่ม  เพื่อจะนำมากำหนดเป็นฝ่าย  แผนก


ขั้นที่  ๔.)  กำหนดวิธีการรายงานผลการปฏิบัติงาน  และการสั่งงาน  อาทิ  การจัดสายการสั่งงาน  (การบังคับบัญชา)  ภายในโครงสร้างงานบอล    การประชุมทีม  การประชุมใหญ่

 

การอำนวยการ

 

การอำนวยการนั้นเป็นกระบวนการที่ผู้นำ  หรือทีมของหัวหน้างาน  (ผู้จัดการ)  ใช้หน้าที่ที่ได้ รับอำนาจ  มอบหมาย  กอปรกับความสามารถของตนในการชักจูงให้ทีมงานปฏิบัติตามแนวทางการ ทำงานตามที่ได้วางแผนไว้  ให้ดำเนินไปในทิศทางที่เหมาะสม  และบรรลุเป้าหมายของงานบอล ในสุดท้าย  ผู้นำที่ประสบผลสำเร็จไม่ใช่มีความสามารถแค่เป็นคนจัดการที่ดี   แต่มากกว่านั้นต้องมี ความสามารถในการนำผู้ช่วยงาน  ผู้ร่วมทีม  (ผู้ใต้บังคับบัญชา)  ให้ปฏิบัติงานตามที่ตนต้องการ  และเป้าหมายของงานบอลได้ด้วย  โดยปกติแล้วการนำเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของกาสรจัดการ  คือ  การอำนวยการ  และการประสานความร่วมมือกับบุคคลต่างๆ  ที่เป็นสมาชิกของงานบอล  ซึ่งรวมถึงหน้าที่ต่างๆ  อาทิ  การจูงใจผู้ช่วยงาน  ทีมงาน  (ผู้ใต้บังคับบัญชา)  การออกคำสั่ง ปฏิบัติงานด้านต่างๆ  ให้บรรลุป้าหมาย  การกำหนดวิธีการติดต่อสื่อสารภายในงานบอลให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด  รวมทั้งการแก้ไขปัญหาและข้อขัดแย้งต่างๆ  ที่เกิดขึ้นกับสมาชิกงานบอล  รวมทั้งงานบอลโดยรวม

 

การควบคุม

 

การควบคุมนั้นเป็นการติดตามผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้น  การเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงาน ที่เกิดขึ้นจริง  หรือที่ทำไป  กับเป้าหมายที่วางไว้  วิเคราะห์ความแตกต่างที่เกิดขึ้น  ถ้ามีปัญหาต้อง ค้นหาสาเหตุ  และหาวิธีการแก้ไขสำหรับการปฏิบัติงานต่อไป

 

ขั้นตอนการควบคุม  ทำได้ดังนี้


ขั้นที่  ๑.)  การวัดผลงานที่เกิดขึ้น

ขั้นที่  ๒.)  การเปรียบเทียบผลงานที่เกิดขึ้นกับเป้าหมาย  หรือมาตรฐานที่วางไว้

ขั้นที่  ๓.)  การหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  ในกรณีผลงานที่ได้ต่ำกว่ามาตรฐาน  หรือเป้าหมายที่วางไว้

 

ที่บอกมาทั้งหมดนี้  โดยรวมแล้ว  ถึงแม้ว่างานบอลจะมีความพร้อมในด้านทุนทางการเงิน  ทุนทรัพยากรมนุษย์  ทุนวัฒนธรรมแล้ว  ถ้าหากการจัดการที่เหมาะสม  ผลที่ตามมาอาจทำให้การ ดำเนินงานประสบอุปสรรค  หรือความล้มเหลวได้  อันเนื่องมาจากผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถเข้าใจ ระบบงาน  หรือไม่สามารถมองภาพรวมของการปฏิบัติงานได้  ทำให้การปฏิบัติงานไม่เป็นไปในทิศทาง เดียวกัน  เกิดความซ้ำซ้อน  หรือกระทั่งความขัดแย้งกัน  ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน  และนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด  การจัดการที่ดีจึงเป็นเครื่องมือของผู้นำที่จะสร้างความสอดคล้อง  สมดุล  และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของงานบอลเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดที่ทุกคน ได้ร่วมกันวางไว้

 

เต้  นิติพัฒน์   ศิริพงศ์

12.49  นาฬิกา

10  มีนาคม  2551


 


 

ทักษะที่สำคัญ

 

บางคนอาจเคยมีประสบการณ์ ในการทำงานร่วมกับหัวหน้างานที่มีความสามารถ  หรือการทำงาน ร่วมกับหัวหน้างานที่ไม่สามารถจัดการให้การทำงานเป็นไปในทิศทางที่ต้องการได้  ความแตกต่างของ หัวหน้างานทั้งสองประเภทนี้อยู่ที่  ความสามารถ  และทักษะทางการจัดการของหัวหน้างานแต่ละคน  หัวหน้างานที่สามารถจัดการงานให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ  สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  จำเป็นต้องอาศัยทักษะการจัดการที่สำคัญ  อาทิ

 

ทักษะด้านเทคนิคการปฏิบัติงาน


เป็นทักษะที่ต้องใช้ความรู้  ความสามารถเฉพาะทางในการปฏิบัติงาน  โดยทักษะนี้เกิดจาก การเรียนรู้จากสถาบันการศึกษา  การฝึกอบรมวิธีการปฏิบััติงานจนเกิดความชำนาญ  การทำกิจกรรม  หัวหน้างานระดับต้นต้องมีทักษะด้านเทคนิควิธีปฏิบัติงาน  เพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำ  หรือหาวิธีแก้ไข ปัญหาในระดับปฏิบัติการได้  สามารถสอนงาน  พัฒนาทักษะด้านการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้กับผู้ช่วยงาน  หรือทีมงานได้

 

ทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์


เป็นความสามารถของหัวหน้างานที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะส่งผล โดยตรงต่อการติดต่อประสานงาน  สร้างความรู้สึกผูกพัน  และความร่วมมือระหว่างสมาชิกภายใน   และภายนอกงานบอล  หัวหน้างานทุกระดับจำเป็นต้องมีทักษะด้านนี้  เพราะงานด้านการจัดการจะต้อง เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารทั้งภายใน  และภายนอกงานบอลอยู่ตลอดเวลา

 

ทักษะด้านความคิดอ่าน


เป็นความสามารถในการวิเคราะห์  วินิจฉัยสถานการณ์  และคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตได้  รวมทั้งความสามารถในการคิดใหม่  หัวหน้างานต้องมีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างมีระบบ  นำมา ประมวลผลเพื่อวิเคราะห์ปัญหา  หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบัน  และอนาคต  ทำให้สามารถ ตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว  ทันต่อเหตุการณ์  สามารถคาดคะเนผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้  มองเห็น โอกาสใหม่ๆในการดำเนินงาน  มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล  และชัดเจน  ซึ่งทักษะด้านนี้เป็นสิ่งจำเป็นของ หัวหน้างานทุกระดับ  โดยเฉพาะหัวหน้างานระดับสูง  งานบอลที่มีหัวหน้างานที่มีทักษะด้านการสร้าง ความคิดสูงจะสามารถนำงานบอลฝันฝ่าปัญหา  และอุปสรรคต่างๆให้ผ่านพ้นไปได้ดี

 

ทักษะด้่านการตัดสินใจ


เป็นความสามารถในการเข้าใจถึงสภาพ  และข้อจำกัดของปัญหา  สามารถกำหนดทางเลือก  และเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการตัดสินใจเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งของ หัวหน้างาน  โดยทั่วไปแล้วการตัดสินใจประกอบด้วยขั้นตอน  ดังนี้

         การตระหนักถึงปัญหา  หรือโอกาสของงานบอล

         รวบรวมข้อมูลที่ต้องใช้ประกอบการตัดสินใจ

         กำหนดทางเลือกต่างๆในการแก้ไขปัญหา

         ประเมินผลลัพธ์ของทางเลือกแต่ละทาง

         ตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด

         นำผลการตัดสินใจไปปฏิบัติ

         ติดตาม  ประเมินผลที่เกิดขึ้น  และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจครั้งต่อไป

 

ทักษะการบริหารเวลา


โดยเฉพาะการทำงานในงานบอล  ที่ต้องติดต่อประสานงานกับคนจำนวนมาก  การบริหารเวลาที่ ผิดพลาดจะทำให้เกิดต้นทุน  และการสูญเสีย  โดยเฉพาะการเสียเวลา  หัวหน้างานจึงต้องให้ความสำคัญ ต่อการบริหารเวลา  การบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพสามารถทำได้โดยวิธีเหล่านี้  อาทิ

         ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน  และงานเอกสารให้น้อยลง           หลีกเลี่ยงกาสรทำงานที่ซำ้ซ้อนกันให้มากที่สุด

         ลดการใช้โทรศัพท์  และการเดินทางที่ไม่จำเป็น

         วางแผน  และเตรียมการประชุมโดยใช้เวลาน้อยที่สุด  แต่ให้ข้อสรุป  และผลลัพธ์เดิม

         กระจาย  หรือมอบหมายงานให้ทีมงาน  ผู้ช่วยอย่างเหมาะสม

 

ที่กล่าวไปข้างต้นเป็นเพียงทักษะบางส่วน  ที่สำคัญ  สำหรับบางส่วนงาน  หรือทั้งหมดอาจจำเป็นต้องเพิ่ม ทักษะอื่น  ทั้งนี้แล้วแต่บริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

 

 

เต้

7.48  นาฬิกา

15  มีนาคม  2551


 


  

 

Read Full Post »

Older Posts »