Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for มกราคม 19th, 2009

triamboy

 

เวลา  นั้นเป็นตัวบ่งชี้มิติของทุกกิจกรรม  พฤติกรรม  ความเป็นไป  ของมนุษย์  สัตว์ร่วมโลก  ต้นไม้  รวมถึงสิ่งแวดล้อมทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้น  และมีมาแต่เดิม  ทำให้เกิดการเรียนรู้  ตระหนัก  ระลึก  เข้าใจได้ถึงอดีต  รับรู้  กระทำการในปัจจุบัน  และคาดการณ์ได้ถึงอนาคต  หรือกล่าวในอีกนัยหนึ่ง  คือ  เวลา  บอกเล่าถึง  ต้นทุนการบริโภคสะสมของแต่ละหน่วยการตัดสินใจ  ที่เป็นองค์ประกอบของธรรมชาติหน่วยย่อยนั้นนั้น  ซึ่งต้นทุนการบริโภคสะสมนี้เองที่เป็นเงื่อนไขจำเป็นต่อการตัดสินใจแสดงออกซึ่งพฤติกรรมในทิศทางหลากหลายมากน้อยของแต่ละหน่วยนั้น

 

จากความสำคัญของ  เวลา  ทำให้มีการสร้างบทความนี้ขึ้นมาด้วยเหตุ  ดังนี้

 

๑.  เวลา  ในช่วงปลายเดือนมกราคมของทุกปี  เป็นประเพณีปฏิบัติ  ทำกิจกรรมงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์  สะสมต่อเนื่องกันมา  ทำให้ข้าพเจ้าซึ่งมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมนี้  ได้กลับมา  “ย้อนมอง”  กิจกรรมนี้อีกครั้ง  ผ่านการรวบรวม  และเรียบเรียงความเป็นไป  (สะสม)  ของกิจกรรมนี้ในอดีต

 

๒.  เวลา  ในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าเองเพิ่งเสร็จสิ้นจากกิจกรรมต่างๆ  ทั้งที่ให้ความสำคัญกับตนเองมาก  และคนอื่นมาก  เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่จะ  “ทบทวน”  อดีตที่ผ่านมาในหลายประเด็น  รวมทั้งกิจกรรมงานบอลนี้ด้วย

 

๓.  เวลา  ในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์  หน่วยตัดสินใจที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจกิจกรรมงานบอลนี้มากขึ้นกว่าปกติ  กอปรกับความคาดหวังจากข้าพเจ้าเองที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนี้  ได้คาดหวังว่า  พยายามถ่ายทอดสิ่งที่สะสมมาในอดีต  เพื่อการตัดสินใจที่สมบูรณ์มากขึ้นของหน่วยต่างๆในปัจจุบัน  และอนาคต

 

คำขออภัย  และขอขอบใจ

 

๑.  ขออภัยที่นำเอาเนื้อหาที่พาดพิงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง  นอกเหนือจากข้าพเจ้า  โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ท่านบุคคลเหล่านั้นทราบล่วงหน้า

 

๒.  ขออภัยอย่างสูง  หากบทความนี้ทำให้ท่านบุคคลที่ถูกพาดพิงได้รับความเสียหายไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง  ข้าพเจ้าเองไม่ได้มีเจตนาทำร้าย  สร้างความเสียหายแก่บุคคลที่ถูกพาดพิง  ผ่านงานเขียนครั้งนี้

 

๓.  ขอขอบใจอย่างมากสำหรับความเห็นใจ  เข้าใจ  และให้อภัยข้าพเจ้า

 

กรอบการพิจารณาความคิด

 

ข้าพเจ้าเองตั้งใจนำเสนอผ่านมิติของ  เวลา  แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าจะเรียงลำดับตามเวลาที่เกิดขึ้นก่อน  ในทางกลับกับ  ข้าพเจ้าเชื่อว่าการนำเสนอโดยเริ่มจากจุดตั้งต้น  และจุดที่แสดงถึงผลสรุป (ผลลัพธ์) สุดท้าย  จากความตั้งใจเจตนารมย์ร่วมกัน (พยายามรวบรวม  และยอมรับร่วมกัน)  ของหน่วยตัดสินใจที่เกี่ยวข้อง  หลังจากนั้นจะเป็นการนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง  (การบริโภคสะสม)  ตามลำดับเวลาที่เกิดขึ้นก่อน  ดังนี้

 

จุดตั้งต้น

 

  พวกเราทุกคนต่างมาจากทุกส่วนของประเทศ  มารวมกันที่จุฬาฯ  ทุกคนได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน    สังคมแห่งนี้  งานฟุตบอลประเพณี ก็เช่นกัน  เป็นโอกาสอันดีที่เราคนจุฬาฯด้วยกันเอง  และชาว ธรรมศาสตร์ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันอีกครั้ง  ยิ่งสังคมปัจเจกชนได้ ปรากฎชัดเจนขึ้น  ยิ่งน้อยกิจกรรมทางสังคมที่สามารถหล่อหลอม คนส่วนใหญ่ได้  เหตุนี้เราจึงให้ความสำคัญกับคนงานบอลทุกคนที่เป็น คนจุฬาฯ  คนจุฬาฯ  คือ  “เจ้าของงานบอล”  ไม่ใช่แค่คน เข้าร่วมงาน  ไม่ใช่แค่คนมีส่วนร่วม  แต่เป็นเจ้าของ  ทุกความคิดเห็น  ทุกแรงกาย  จากทุกส่วน  เราร่วมรับฟัง  ร่วมแสดงความคิดเห็น  ร่วมทำงาน  ร่วมกันสร้าง  และรักษาประเพณีดีงามยิ่งใหญ่สืบไป 

——————————————————————————————————————————-

 

จุดสุดท้ายของเจตนารมย์ร่วมกัน

 

ถึง เจ้าของงานบอลทุกคน


ก่อนอื่นขอขอบใจทุกทุกคนในความห่วงใย และกำลังใจตลอดเวลาที่ผ่านมา ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว  เริ่มเดิน นั่งได้บ้างแล้ว หมอบอกว่าโชคดีมากที่กระดูกหักด้านหน้า ถ้าหักข้างหลังแล้วคงแย่ เพราะเกี่ยวกับไขสันหลัง ไม่ก็เอ๋อเหมือนที่น้องนัทบอกก็ได้ ที่ได้ออกจากโรงพยาบาลนั้นก็เพราะว่าหมอเขาไล่่ จะได้เอาเตียงให้คนที่ลำบากกว่า จริงแล้วเขาคงเห็นว่าเราสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว จึงให้ออก  คนไทยเราเป็นคนเมตตา มีน้ำใจ เกื้อกูลกัน เมื่อรู้ว่าใครเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ไปให้กำลังใจเขา คนไข้ที่ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ เมื่อได้รับกำลังใจ ใจก็สบาย ความเจ็บป่วยก็หายเร็ววัน วันนี้ก็เหมือนกัน เรามาให้กำลังใจคนงานบอลทุกคน

 

เข้าเรื่องกันเลย ตอนที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นคนประสานงานงานบอลครั้งที่ 64 ได้ตัดสินใจแล้วว่าต้องทำตามหน้าที่ให้ดี ถึงแม้นว่าจะเคยทำงานนี้มาบ้างแล้วในปีกลาย ไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้หน้าที่ทุกอย่างแล้ว เรากลับต้องเตรียมตัวหนักกว่าเดิม เพราะได้รู้จุดบอด ปัญหา เพื่อเป็นการไม่ประมาท  ต้องย้อนศึกษางานเก่าหลายปี ดูวัตถุประสงค์ รูปแบบกิจกรรม และโครงสร้างที่สอดคล้องกับทุกส่วน  ตอนที่เริ่มวางโครงสร้าง ได้ชักจูงเพื่อน น้องมานั่งดูกันว่าส่วนไหนดี ส่วนไหนไม่ดี ควรปรับเปลี่ยน ตรงไหน ทุกคนได้ช่วยกันคิด พอเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา หลังจากนั้นส่วนที่สำคัญมาก คือ คนที่ จะมาทำหน้าที่แต่ละส่วน ขอความช่วยเหลือคนโน้นที คนนี้ที ทั้งที่เคยรู้จักกันมาก่อน และบางคน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต้องหน้าด้านไปขอความช่วยเหลือ เพราะเราไม่สามารถทำคนเดียวได้ ด้วยเลือดจุฬาฯ ด้วยกันแล้ว เรารู้สึกปลื้มใจมาก ที่หลายคนให้ความช่วยเหลือ มากน้อย แล้วแต่กำลัง ทุกคนล้วนเสียสละผลประโยชน์ส่วนตน ทุกคนมีความตั้งใจดีที่จะช่วย ต้องขอบใจทุกคนมาก

 

ถึงวันนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าคนงานบอลทุกคนได้พยายามอย่างเต็มความสามารถตามหน้าที่ ฝันฝ่าอุปสรรคมากมาย ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนเอาใจคนทำงานด้วยกัน ช่วยเหลือกัน เกื้อกูลกัน  ทำให้การดำเนินงานที่ผ่านมาสำเร็จด้วยดี เป็นที่เข้าใจกันดีว่า เวลานี้ บ้านเมืองอยู่ในช่วงโศกเศร้าอาดรู  อันเนื่องมาจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระพี่นางเธอฯ เมื่อต้นเดือนทีผ่านมา ยังผลกระทบมายังการดำเนินงานงานบอลครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะมีการวางแผนรับมือของพวกเราแล้วก็ตาม ด้วยพระราช ประสงค์ของในหลวงในการจัดพระราชพิธี กระแสสังคม รวมทั้งการกราบบังคมทูลเชิญในหลวง เป็นองค์ประธาน นั้นเป็นสิ่งที่เหนือกว่าความคาดหมาย และเหนือกว่าการแก้ไขของเราได้

 

ถึงแม้นว่า ผลสรุปวันนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการจัดงานบอลครั้งนี้ ต้องเลื่อนออกไปเกินกว่าวิสัยที่คนงานบอลทุกคนสามารถร่วมมือ ร่วมใจกันจัดให้มีขึ้นได้ วันนี้เราบอกชัดแล้วว่ามาให้กำลังใจคนงานบอลทุกคน  คนที่เราหน้าด้านชักจูงมา ให้ทุกคนตั้งสติมั่น อย่าคิดว่าที่ผ่านมาเราเหนื่อยเปล่า อย่าคิดว่าเวลาอีกไม่นานเกือบถึงวันงาน เข้าใจว่าไม่มีใครอยากให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้น การตัดสินใจของคนงานบอลทุกคน ที่ยังยืนยันที่จะจัดงานบอลขึ้นในวันที่ 19 มกรา หรืิอ 9 กุมภา รวมทั้งการยอมรับการเลื่อนงานบอลของผู้ใหญ่ ารตัดสินใจยากยิ่งของคนงานบอลครั้งนี้ เป็นความสำเร็จเสมอการจัดงานบอลเช่นกัน เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ ที่คนงานบอลทุกคนได้เสียสละจนวาระสุดท้าย เป็นงานบอลในแบบของเราเองเป็นงานบอลที่เรา คนงานบอลทุกคนจดจำตลอดไป  มากกว่านั้นแม้ว่าข้อสรุปเป็นดังที่กล่าวมา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะจบกัน ณ วันนี้ เราคงต้องมีกิจกรรมบางอย่างทำร่วมกัน เพื่อเป็นการจบงานบอลครั้งนี้ของคนงานบอลทุกคนอย่างที่เราภูมิใจ อย่างที่ เราทำกันมาเป็นปีที่ 64

 

ขอบใจทุกคน

เต้

——————————————————————————————————————————-

 

แต่ละจุดระหว่างการเดินทาง

 

ถึงเป้ง ณิก วุ้น แม็ค เอ็มมี่ ตาล

 

มีเรื่องอยากให้ช่วยอย่างนึง เกี่ยวกับท่านรองอธิการบดี ดังนี้

 

๑.) ฝากขอบคุณท่านในนามทีมงานบอล 64 ถ้าให้ดีพาทีมงานไปขอบคุณพร้อมกัน ยิ่งเร็วยิ่งดี อย่าปล่อยไว้หลายวัน และอย่าลืมเอาพวงมาลัยติดไม้ติดมือไปด้วยยิ่่งดี

 

๒.) ฝากทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรโดยมีลักษณะแจ้งข้อสรุปของนิสิต (ฝ่ายเชียร์ และพาเหรด) ตามที่ได้สรุปร่วมกับท่านรอง และท้ายข้อสรุปนั้นเป็นการลงชื่อรับรองจากทีมงานอันประกอบด้วยประธาน รองประธาน และทุกคนจนครบ 26 คน (ถ้าไม่พอ เอาลงกระดาษอีกหนึ่งแผ่นได้) เพื่อเป็นการรับรองข้อสรุปของเรา ยื่นให้แก่ท่านรอง เป็นการแสดงออกให้เห็นชัดเจน และยืนยันว่าทางนิสิตมีข้อสรุปเหมือนท่าน และจะไม่หักหลังท่าน ไม่เสียแล้วอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราทุกคนได้ให้สัตย์กับท่านไว้แล้ว หากภายหลังพบว่าการจัดงานในเดือนเมษามีการร่วมมือระหว่าง สนจ. และทีมงานนิสิต (พวกเรา)  แล้วการสู้เพื่อเราของท่านรองในวันนี้ก็ไม่มีนัยสำคัญ และท่านเองก้เป็นเหมือนตัวตลกที่แสดงตามบท และเราเองจะไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป  และเหตุทีี่สำคัญอีกอย่างนึง ท่านสามารถใช้กระดาษแผ่นนี้ให้เกิดประโยชน์ในการต่อรองกับ สนจ. และอนาคตของงานบอลในปีต่อไป ที่ท่านกำลังจะเริ่มสะสาง ณ บัดนี้  (การสนับสนุนงบจาก สนจ. อาจเปลี่ยนเป็นจากมหาลัยเอง รวมถึงการทำเสื้อเชียร์ด้วย เป็นต้น)

 

จึงอยากให้ทุกคนคอยสนับสนุนให้ความช่วยเหลือท่าน เพราะยังไงเสียแล้วเราเชื่อมั่นว่าท่านจะทำเต็มความสามารถของท่านที่จะให้งานบอลขอลเรามีพัฒนาการที่ดีขึ้่น ขจัดปัญหาเชิงโครงสร้าง และอยากให้เป็นกิจกรรมที่หลอมรวมจุฬาฯ เป็นหนึ่งเดียว เช่นเดียวกับที่เราทุกคนพยายามทำอยู่เช่นกัน

 

ขอบใจมาก
เต้
๘ มกราคม ๕๑
๐.๒๐ นาฬิกา

——————————————————————————————————————————-

 

ถึง  เป้ง ณิก วุ้น แม็ค เอ็มมี่  ตาล  และพีช

 

เข้าใจว่าเวลานี้ทุกคนเริ่มตั้งสติได้  ฝากกำชับเรื่องที่สำคัญบางเรื่อง เพื่อลดปัญหา ความ วุ่นวาย  ความไม่เข้าใจกันที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

 

๑.)  เรื่องข้อสรุปของงานบอลปีนี้  โดยอธิบายอย่างชัดเจนทั้งส่วนของภาพรวม  ว่างานจะ เลื่อน  โดยเกิดขึ้นเมื่อไหร่  รูปแบบใด  พร้อมทั้งอธิบายในส่วนย่อยลงมา  คือ  ส่วนของ นิสิตจุฬาฯ  สรุปเช่นใด  ส่วนของผู้ใหญ่สรุปเช่นใด  และส่วนของนักศึกษาธรรมศาสตร์ สรุปเช่นใด  ทั้งนี้ข้อสรุปแต่ละส่วนเป็นเอกภาพจากกัน  ทั้งนี้เข้าใจว่าคนทำงานบางส่วน อาจเกิดความสับสน  หรือปัญหาต่างๆ  อาทิ  แล้วสรุปว่างานบอลจะเลื่อน  หรืองด  แล้วส่วนงานของเราต้องทำยังไงต่อไป  แล้วธรรมศาสตร์เห็นเขาบอกว่าจะมีต่อไป  เป็นต้น

 

๒.)  สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า  การปฏิบัติกิจกรรมมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไรต่อไป อาทิ  ๑.)  ยังคงเตรียมงานทุกอย่างต่อไปให้แล้วเสร็จ  และเก็บอุปกรณ์  พร้อมทั้งสรุปงาน ทุกอย่างเพื่อส่งมอบต่อไป  หรือ  ๒.)  หยุดการเตรียมงานทุกอย่าง  และเก็บอุปกรณ์  พร้อมทั้งสรุปงานทุกอย่างเพื่อส่งมอบต่อไป  หรือ  ๓.)  แนวทางอย่างอื่นที่เป็นไปได้  เป็นไปได้ควรอธิบายถึงฝ่ายย่อยใน    ฝ่ายใหญ่  เช่น  ผู้นำเชียร์  ถนนนี้สีชมพู  เป็นต้น  ทั้งนี้ ไม่ว่าจะได้ข้อสรุปจะออกมาอย่างไร  อาจจะเลือกทางเลือกเพียงทางเลือกเดียว  หรืออาจเลือก ทั้งสองทางเลือกแตกต่างกันตามฝ่ายย่อย

 

๓.)  สุดท้ายแล้วคงต้องมีกิจกรรมบางอย่างเพื่อเป็นการร่วมมือ  ร่วมใจ  ทำกิจกรรมร่วมกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตามภาระหน้าที่  เพื่อเป็นการสรุป ส่งต่อ  และปิดงานบอลที่ทุกคน ร่วมกันสืบสานต่อเป็นปีที่  64  ในแบบฉบับของเราเอง  ทั้งนี้ในเรื่องนี้ทางเรา  และธรรมศาสตร์ในส่วนของกร  และทีมงานได้คุยกันไว้บ้างแล้ว  ว่าแนวทางการจัด กิจกรรมร่วมในส่วนของนิสิต  นักศึกษาทั้งสองสถาบันเป็นอย่างไร  มีข้อเสนอ  อาทิ  การจัดค่ายสร้างจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์  เป็นครั้งแรก  การจัดกิจกรรมส่งท้าย  เลี้ยงขอบคุณสต๊าฟงานร่วมกัน    สนามจุ๊บ  เป็นต้น

 

๔.)  หลังจากที่ได้แนวทางการปฏิบัติงานในปีนี้  และดำเนินการสำเร็จลุล่วงแล้ว  พร้อมที่จะ ส่งต่อให้ทีมงานชุดต่อไป  เรื่องทีมงานชุดต่อไปที่จะเข้ามาทำงานบอลในช่วงเดือนเมษายน  ต้องมีข้อแนะนำต่อไปว่าจะให้มีทีมงานหรือไม่  ไม่ให้มีเพราะจะไม่มีการเข้าร่วมจัดกิจกรรม จากส่วนนิสิตเลย  ถ้าให้มีจะเป็นไปในรูปแบบใด  เท่าที่เราแนะนำได้  คือ  ต้องเป็นทีมงาน ที่ได้รับอนุญาตจากทางมหาลัย​ โดยอธิการบดี  หรือตัวแทนอธิการบดี  ซึ่งต้องมีหนังสือ แสดงความจำนงขอความช่วยเหลือจากทาง  สนจ.  มายังมหาลัยก่อนหน้านี้แล้ว  ทั้งนี้ต้อง ได้รับความเห็นชอบจากทางมหาลัย  และที่สำคัญกว่านั้นคือเราต้องไม่ขัดกับข้อสรุปของเรา ที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้  ไม่งั้นเสียแล้วเราเองไม่มีความน่าเชื่อถือเสียเลย และสิ่งที่มหาลัยได้ ยืนหยัดในจุดยืนที่เป็นข้อสรุปของเราก็เป็นเรื่องตลกเช่นกัน  ส่วนความรู้สึกของท่านรอง ก็ไม่ต่างกับทางมหาลัยด้วย   เข้าใจว่าในระหว่างที่ท่านรองอยู่ในหน้าที่  และพ้นจากวาระแล้ว  เราก็ไม่ควรหักล้างคำพูดของเราเอง  จะดียิ่ง  เพราะจะดีต่อทีมงานบอลเราเองในปัจจุบัน  และต่อไปในอนาคต  ในการดำเนินการต่างๆ  รวมทั้ง

 

๕.)  การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของงานบอล   ในส่วนของการขาดเอกภาพในการจัดการ  ทั้งนี้ที่ผ่านมาในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมาการจัดงานบอลของจุฬาฯ  จะจัดขึ้นโดยมี  สนจ.  เป็นเจ้าภาพ  ซึ่งเป็นสมาคม  หรือหน่วยงานที่ขึ้นตรง  และอ้างอิงกับมหาวิทยาลัย  เป็นที่รู้กันดีว่าด้วยการทำงานภายใต้โครงสร้างดังกล่าวนี้  ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ  ในการจัดการ  อาทิ  การขอความช่วยเหลือจากนิสิตในการจัดกิจกรรม  การผลิตเสื้อ ประจำงานบอล  การเบิกจ่ายงบประมาณ  และเป็นปัญหาที่ทีมงานบอลทุกปีประสบมา  และพยายามถ่ายทอด  บอกต่อกับทีมงานรุ่นถัดไป  ถึงแม้ว่าทีมงานแต่ละปีจะรับทราบถึง ปัญหาดังที่กล่าวมาแล้ว  แต่ไม่สามารถจัดการ  หรือแก้ไขได้  ด้วยหลายเหตุปัจจัย  พอสรุปได้ดังนี้  ๑.)  เหตุจากโครงสร้างการทำงาน  ๒.)  อำนาจในการต่อรองของนิสิต ที่เป็นทีมงาน  และ  ๓.)  การเข้าใจถึงปัญหา  สาเหตุ  แนวทางการแก้ไข  รวมทั้งความมุ่งมั่น ที่จะแก้ปัญหาของทีมงาน เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้ยังคงวนเวียนเป็นวัฏจักรของทีมงานบอลต่อไป  ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไข  เราจึงมีความพยายามที่จะหยุดวัฏจักรนี้ โดยการแก้ปัญหาเชิง โครงสร้างที่สะสมมานานแล้ว  แต่ทั้งนี้ไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้  ถ้าหากไม่ได้รับความ ร่วมมือจากทีมงานทุกส่วน    ก่อนอื่นนั้นขอความร่วมมือจากทุกคนให้หนักแน่นในสิ่งที่เรา ได้ตัดสินใจแล้ว  เพราะว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีทีสุด    เวลานั้น  ภายใต้สภาพแวดล้อม ขณะนั้น  นั้นหมายรวมทั้งการตัดสินใจของเราต่อการเลื่อนการจัดงานของผู้ใหญ่ด้วย  แล้วหลังจากนี้  เราอาจจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง  ในรายละเอียดแล้ว แนวทางที่เป็นไปได้อยากให้ทุกคนช่วยกันคิด  รวมถึงตัวเราเองด้วยแล้ว เราจะแจ้งให้ทราบ อีกที

 

ขอบใจมาก

เต้

  มกราคม  ๒๕๕๑

๑๓.๓๓  นาฬิกา

——————————————————————————————————————————-

 

ถึง  เป้ง ณิก วุ้น แม็ค เอ็มมี่  ตาล  และพีช

 

นึกแล้วบางที  ทุกคนอาจจะรู้สึกว่าเต้ส่งแต่งานเข้ามาเรื่อย  ยังไงเสียแล้วต้องขอโทษด้วย  เราเกรงว่าไม่บอกวันนี้  วันหน้าจะลืมเสีย  สำหรับรายละเอียดของการปรับโครงสร้างงานบอล ที่ค้างไว้ของคราวที่แล้ว  ขอส่งแยกเนื้อหาออกมาอีกฉบับนึง  คราวนี้ยังคงเป็นเรื่องที่คิดว่า ต้องสะสางให้แล้วเสร็จต่อไป  ดังนี้

 

๑.)  การเงิน  สำหรับเรื่องนี้ไม่ว่าแนวทางการทำงานที่ชัดเจนจากที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้จะออกมา เช่นไร  สำหรับเรื่องนี้แล้ว  เป็นกระบวนการที่ต้องทำอยู่แล้ว  ทั้งนี้ต้องขอฝากเหรัญญิก  ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักของงานนี้  ในการสรุปค่าใช้จ่ายของงานบอลที่เสร็จสิ้น  พร้อมทั้งหลักฐาน ทางการเงินให้เป็นที่เรียบร้อย  พร้อมทั้งมีรองประธานเป็นผู้คอยสนับสนุนให้การทำงานของ เหรัญญิกดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  ตามความคิดเห็นของเราแล้ว  กระบวนการเหล่านี้ ควรเสร็จสิ้นก่อนกลางเดือนกุมภาพันธ์  ทั้งนี้ต้องประสานงานกับพี่น้อย  ในฐานะตัวแทน ของฝ่ายเชียร์  และพาเหรด  รวมทั้งพี่วิไลซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก  และแนะนำขั้นตอนให้ กระบวนการเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด


๒.)  สื่อประชาสัมพันธ์  ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่า  การทำงานของประชาสัมพันธ์งานบอล เป็นที่น่าพอใจ  การติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวน  เป็นที่ปรากฎแก่นิสิต  และบุคคลากรทุกคนเป็นอย่างดี  ทั้งนี้เมื่อการทำงานได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว  ในส่วนของการประชาสัมพันธ์ก็เช่นกัน  จะต้องมีการดำเนินการเก็บสื่อประชาสัมพันธ์  อาทิคัตเอาท์  ธงราว  ธงญี่ปุ่น  เป็นต้น  ทั้งนี้การดำเนินการเก็บจะมีกระบวนการอย่างไร  นั้นเป็นสิทธิ์ของฝ่ายประชาสัมพันธ์โดยตรง  และอยากฝากถึงกระบวนการเก็บสื่อ ประชาสัมพันธ์  ให้คำนึงถึงประโยชน์การใช้งานสูงสุด  ส่วนของคัตเอาท์จะมีการเก็บรักษา อย่างไร  ที่ไหน  ใครเป็นผู้ดูแล  หรือจะให้ทีมงานผู้แข่งขัน  อบจ.  นำไปใช้ประโยชน์  หรือหน่วยงานอื่นของจุฬาฯ  อาทิคณะ  ชมรม  ก็เป็นได้  ทั้งนี้ให้พิจารณาดู เอาประโยชน์เป็นที่ตั้ง  และความยั่งยืนของการใช้ประโยชน์  ส่วนเรื่องแผ่นพลาสติกไวนิวล์  สามารถรวบรวมไว้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง  หรือสามารถให้ใครนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้


๓.)  การประชาสัมพันธ์  การชี้แจงงานบอล  ส่วนนี้อยากให้พิจารณาดูว่า  เมื่อเราได้กำหนด ความชัดเจนของงานบอลตามประเด็นแรกที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว  การสร้่างความชัดเจน ของงานบอลก็เป็นส่วนสำคัญ  ไม่ว่าจะผ่านสื่อต่างๆ  อาทิ  การบอกเล่า  การชี้แจง  ไปรษณีย์อิเล็คโทรนิกส์  เว็บไซท์  เป็นต้่น  อยากให่พิจารณาดูว่าที่ผ่านมา  การสร้าง ความชัดเจนผ่านสื่อต่างๆ  มีผลลัพธ์อย่างไร  ต่อกลุ่มคนใด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่ เกี่ยวข้องกับงานบอลโดยตรง  อาทิ  คนงานบอล  นิสิตจุฬาฯในส่วนของนิสิตปัจจุบัน  นิสิตจุฬาฯในส่วนของนิสิตเก่า  ชุมนุมเชียร์ของธรรมศาสตร์  เป็นต้น  ถ้าหากพิจารณา แล้วว่าผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ  มีความชัดเจนในข้อสรุปงานบอล  และเป็นที่ทราบโดยทั่วกัน  ก็ไม่จำเป็นต้องมีการทำสื่อประชาสัมพันธ์ขึ้นมาชี้แจง  ถ้าหากไม่แล้วพยายามพิจารณาดูว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีการสร้างความชัดเจนขึ้น  และผ่านสื่ออะไรบ้าง  ตามตัวอย่างที่ กล่าวมาแล้ว  ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายตามมาอย่างมาก  สำหรับเนื้อหาในการ ชี้แจงเข้่าใจว่าควรเป็นเนื้อหาเพียงเนื้อหาเดียวที่เป็นข้อสรุปชัดเจน  ถ้าเป็นไปได้ควรต้องมี การอ้างอิงแหล่งของข้อมูลที่ชัดเจน  และน่าเชื่อถือ  อาจจะเป็นบุคคล  หรือหน่วยงาน  ก็แล้วแต่เห็นสมควร  และควรมีระยะเวลากำกับชัดเจน

 

สำหรับวันนี้  มีเพียงแค่นี้  ใครมีความคิดเห็นต่าง  หรือเสริม  หรือ  เพิ่มประเด็นที่เห็นสมควร  ให้ปรึกษาหารือกัน  ได้ข้อสรุป  แล้วดำเนินการทันที  อย่างไรเสียแล้วต้องขอโทษด้วยที่ไม่ สามารถช่วยอะไรได้มาก  ต้องฝากทีมงานทุกคนช่วยดำเนินการต่อให้เสร็จสิ้น

 

ขอบใจ

เต้

๑๖.๒๙  นาฬิกา

๑๑  มกราคม  ๒๕๕๑

——————————————————————————————————————————-

 

ถึงเป้ง ณิก วุ้่น แม็ค เอ็มมี่  ตาล  และพีช

 

วันนี้อยากจะเล่าให้ทราบถึงความเคลื่อนไหวของ  สนจ.  เพื่อที่ทุกคนสามารถใช้เป็นข้อมูลใน การตัดสินใจทำการต่างๆ  ได้ดีขึ้น  ล่าสุดเมื่อวันศุกร์  ที่  ๑๑  มกราคม  ที่ผ่านมา   ทาง  สนจ.  โดยพี่วิไล  และพี่เต้  ได้ติดต่อสอบถามมาถึงการเข้าร่วมฝ่ายเชียร์  และพาเหรด  (ส่วนของ นิสิตปัจจุบัน)  ของงานบอลที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้  ซึ่งมีความพยายามที่จะให้ ฝ่ายเชียร์  และพาเหรดเข้าร่วมในงานบอลที่จะถึงนี้  (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)  และใน วันพฤหัสบดีที่  ๑๙  มกราคม  ที่จะถึงนี้จะมีการประชุม    กรมสรรพากร  เพื่อกำหนด ความชัดเจนของงานบอล  ในทุกประเด็นหลัก  อาทิ  วัน  เวลา  รูปแบบกิจกรรม  เป็นต้น  ทั้งนี้ทาง  สนจ.  มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะให้นิสิตเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้  ส่วนหนึ่งเท่าที่ ฟังมาจากพี่วิไล  ได้ความว่า  ทาง  สนจ.  เข้าใจว่านิสิตเอง  อยากทำงานบอล  และพยายาม ชักจูงให้เปลี่ยนใจ  รวมทั้งเข้าใจว่าทางท่านรองเป็นผู้บังคับนิสิตให้ได้ข้อสรุป  ตามที่ท่าน ต้องการ  และที่สำคัญคือทาง  สนจ.  อยากให้เราเข้าร่วม  เพื่อที่จะสามารถมัดมือชก  ได้สะดวกกว่าการที่ท่านรองเป็นตัวแทน  ทั้งแง่น้ำหนักการตอบคำถาม  ความน่าเชื่อถือ  และความหนักแน่นของนิสิต  เป็นต้น  ยังไงแล้วเข้าใจว่าการประชุมที่จะถึงนี้  ท่านรอง ยังคงเป็นตัวแทนของพวกเรา  และคงยืนหยัดสู้  และเราทุกคนยังคงปฏิบัติดีเช่นเดิม

 

ให้ทุกคนหนักแน่น  และเหนียวแน่น  ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

 

ขอบใจทุกคนมาก

เต้

๑๔   มกราคม  ๒๕๕๑
๑๐.๓๓  นาฬิกา

 ——————————————————————————————————————————-


ถึง  เป้ง  วุ้น  ณิก  แม็ค  เอ็มมี่  ตาล  และพีช

 

เมื่อวานนี้  ประมาณสามทุ่ม  เราได้มีโอกาสคุยกับท่านรอง  ในหลายประเด็น  สรุปความได้ดังนี้

 

๑.)  การประชุมในวันพฤหัสบดีที่  ๑๗  มกราคม  นี้    กรมสรรพากร  ในการกำหนด ความชัดเจนของงานบอล  ๖๔  ทั้งประเด็นของวัน  เวลา  รูปแบบกิจกรรม  ทั้งนี้โดยตัวแทน ของฝ่ายเชียร์  และพาเหรด  จะมอบหมายให้นางสาวอัจฉราวรรณ  หรือพี่น้อย  เข้าร่วม การประชุม  เนื่องด้วยท่านรองติดประชุมคณะกรรมการสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ  ซึ่งจัดขึ้น    ครั้งในหนึ่งเดือน  และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านจากหน่วยงานภายนอก เข้าร่วมในการนี้


๒.)  สำหรับเรื่องที่ประชุม  ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายเชียร์  และพาเหรด  นั่นคือ  รูปแบบ กิจกรรมทั้งหมดในส่วนของเรา  ซึ่งเป็นมติที่ประชุม  ตามที่ได้สรุปมาก่อนหน้านี้  ทั้งนี้ ฝ่ายเชียร์  และพาเหรดก็ยังคงให้ข้อสรุปเช่นเดิมต่อไป  ทั้งนี้ในส่วนของมหาวิทยาลัย  โดย อธิการบดี  และรองอธิการ  (ท่านรอง)  มีความเห็นตรงกันในข้อสรุปของนิสิต  และ ยืนยันตามข้อสรุปนั้น  ถึงแม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้  ทาง  สนจ.  เองพยายามดิ้นรน  และติดต่อโดยตรงมายังนิสิต  เพื่อที่จะยังคงกิิจกรรมในส่วนของฝ่ายเชียร์  และพาเหรดต่อไป


๓.)  เนื่องด้วยข้อสรุปนี้ทำให้กิจกรรมของฝ่ายเชียร์  และพาเหรด  ในส่วนของการเงิน ต้องมีการจัดการสรุปค่าใช้จ่าย  และรวบรวมหลักฐานทางการเงินให้เป็นที่เรียบร้อยภายใน เดือนมกราคมนี้  ทั้งนี้ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง  ถ้าหากมากกว่างบประมาณ ที่รองจ่ายมา  โดยหลักการแล้วสมควรต้องได้รับมาเท่าที่จ่ายจริง  ทั้งนี้ต้องแจ้งให้ท่านรองทราบ ว่าส่วนที่เกินมา  เป็นจำนวนเท่าไร  และอะไรที่ได้จ่ายไปแล้วบ้าง  เพื่อที่ท่านรองจะได้ ประสานงานเรื่องนี้ต่อไปยัง  สนจ.  เพื่อจัดการเบิกจ่ายต่อไป  และขอฝากข้อสังเกต  สำหรับเรื่องนี้  ระวังงบประมาณส่วนที่แจ้งให้ท่านรองทราบ  ควรจะสอดคล้องกับงบที่แจ้งให้ ท่านทราบแต่ต้นแล้ว  เป็นไปได้ที่ท่านจะจำได้ว่าในบางประเด็น  ไม่ได้ตามที่เราตกลงกัน ไว้ตั้งแต่ต้น  ยังไงเสียแล้วควรทำเป็นสองส่วน  คือ  รายจ่ายจริงทั้งหมดของเรา   และรายจ่าย ที่สอดคล้องกับที่เสนอท่านรอง  (สนจ.)  สำหรับเรื่องผู้สนับสนุนกิจกรรมในส่วนของนิสิต  ต้องมาจัดการปัญหาต่างๆ  ทั้งการให้ผลประโยชน์ตอบแทน  อาทิ  บอลลูน  ท่านให้ข้อเสนอมาว่า  สามารถนำมาติดตั้งที่สยามได้  ทั้งนี้พวกนี้ต้องลองทำรายการมา  แล้วนำมาปรึกษาท่านรอง


๔.)  การเก็บสื่อประชาสัมพันธ์  ท่านรองท่านมีความเข้าใจดีอย่างยิ่งว่าสถานการณ์  ขณะนี้อยู่ในช่วงโศกเศร้า  ทั้งส่วนของการสิ้นพระชนม์  และการเลื่อนงานบอลออกไป  โดยที่นิสิตไม่สามารถจัดการได้  เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญเช่นกัน  เท่าที่ฟัง  เข้าใจว่าทางมหาลัยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก  น่าด้วยเหตุผลหลายประการ  อาทิ  ความชัดเจนของการเลื่อนงาน  ถ้าหากไม่มีงานแล้ว  ในส่วนของมหาลัยต้องชัดเจน  และเรื่องของความสะอาด  เรียบร้อย  ภายในมหาลัย โดยความเห็นของเราแล้วเรื่องนี้เราก็ ควรให้ความสำคัญ  และช่วยท่านจัดการให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว  โดยท่านรองเองได้เสนอว่า ท่านจะลองคุยกับเจ้าหน้าที่หอพักให้มาช่วยเก็บสื่อประชาสัมพันธ์  โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น  ทางมหาลัยจะรับผิดชอบดูแลให้  ทั้งนี้ข้อเสนอนี้  ยังไม่ได้สรุปชัดเจน  ทางท่านเอง จะลองคุยดูหลายๆ  ส่วน  เพื่อที่จะจัดการให้เสร็จสิ้นรวดเร็ว

 

ใจความสรุปการสนทนา  สรุปตามที่ได้กล่าวมานี้

 

ขอบใจมาก

เต้

๑๖  มกราคม  ๒๕๕๑

๑๒.๕๕  นาฬิกา

——————————————————————————————————————————-

 

ถึง  เป้ง ณิก วุ้น  แม็ค  เอ็มมี่  ตาล  และพีช

 

เมื่อค่ำวานนี้  เราได้มีโอกาสคุยกับเป้งเกี่ยวกับเรื่องการเงิน  เนื่องด้วยขณะนี้สถานะทางการเงิน ของงานบอลครั้งนี้  ในเบื้องต้นแล้วสามารถสรุปคร่าวๆ  ได้ว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับ โดยฐานะ ทางการเงินติดลบประมาณ    ล้านบาท  ซึ่งเป็นที่หนักใจอย่างยิ่ง  ด้วยแหล่งของรายได้แแต่ละ แหล่ง  ยังไม่มีความแน่นอนในประเด็นของการได้มา  และจำนวน  ดังนั้นจึงปรึกษาร่วมกันถึง แนวทางของแหล่งรายได้  สามารถจัดหาจากไหน  ในบางส่วนเพิ่มเติมจากที่ได้คุยกับเป้ง  สามารถสรุปแหล่งรายได้  ได้ดังนี้


 ๑.)   สนจ.

๒.)  ผู้สนับสนุนในส่วนของนิสิต

๓.)  การติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์ในสยามสแควร์  (อาจขายเพิ่มก็เป็นได้)

๔.)  ขายเสื้อสต๊าฟ  หมวกงานบอล

๕.)  จัดกิจกรรมขอบคุณสตาฟ  และให้มีผู้สนับสนุนออกบูท

 

โดยในส่วนของ  สนจ.  คงต้องคุนกับท่านรอง  ในส่วนของผู้สนับสนุน  วุ้นเป็นคนดูแลและใน เบื้องต้นสามารถให้คำตอบคร่าวๆ  ได้ภายในวันศุกร์นี้  ส่วนของการติดตั้งสื่อตอบแทนใน สยามสแควร์  ต้องปรึกษากับท่านรอง  ท่านยินดีช่วยเหลือ  ส่วนการขายเสื้อสตาฟ  และ หมวกงานบอลให้ปรึกษาหารือความเป็นไปได้

 

ทั้งนี้  สำหรับการขายเสื้อสต๊าฟควรขายให้กับสต๊าฟ

ราคาขายเสื้อ  แนะนำว่าน่าจะขายที่ราคา  ๖๔  บาทเพื่อเป็นการรำลึกถึงงานบอลครั้งนี้  สำหรับการขายหมวกงานบอล  ควรขายให้กับบุคคลทั่วไป  รวมทั้งสต๊าฟที่สนใจ  ซื้อเป็นที่ระลึก (ให้คุยกับพี่ปุ้ยก่อน  ว่ามีความจำเป็นต้องนำมาขายเพื่อหารายได้           เป็นไปได้แค่ไหน)    สำหรับราคาขายหมวก  แนะนำว่าน่าจะขาย  ๔๖  บาท  เพื่อล้อกับราคาเสื้อ


มากกว่านั้นถ้าเรานำเอาถุงผ้างานบอลมารวมเข้ากับเสื้อ  และหมวก  และดูความเป็นไปได้ ที่จะจัดรวมกันเป็นแพคเกจ  แล้วจำหน่ายในราคา  ๑๒๐  บาท  นอกจากเป็นการเพิ่มรายได้แล้ว  ยังเป็นการลดต้นทุนสินค้าคงคลังอีกด้วย       

 

การจำหน่ายในครั้งนี้อยากให้อธิบายให้ทุกคนเห็นใจ  และเข้าใจว่าเราทำโดยไม่ได้หวังผลกำไรแต่หารายได้เพื่อชดเชยรายจ่าย อันเนื่องมาจากรายการสินค้าที่ซื้อแล้ว  และสั่งไว้ เพื่อเตรียมการ

 

ประเด็นที่สำคัญเช่นกัน  คือ  สถานที่จัดจำหน่าย  ให้ขอสถานที่หน้าสหกรณ์  ก็เห็นว่า เหมาะสมอยู่  พร้อมกันนั้น    สถานที่จัดจำหน่ายควรมีการแจกสื่อประชาสัมพันธ์ของ งานบอล  ซึ่งมีเนื้อหาที่ชี้แจงประเด็นต่างๆ  เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกำหนดการงานบอลด้วย  เพื่อช่วยสร้างความชัดเจน  และความเข้าใจของทุกคนให้ตรงกันมากขึ้น

 

สำหรับคนที่มีแนวทางอื่นแนะนำ  ประเด็นที่บกพร่อง  สามารถปรึกษา  และดำเนินกาต่อไป

 

ขอบใจมาก

เต้ 

๑๗  มกราคม  ๒๕๕๑ 

เวลา  ๐.๓๙  นาฬิกา 

——————————————————————————————————————————-

 

“คุณค่า”  ขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยการตัดสินใจ

แต่เราไม่สามารถให้คุณค่าได้เหมาะสม  ถ้าละเลย  “ย้อนมอง”

โดยเฉพาะ  “รากเหง้า”  ของหน่วยการตัดสินใจ

พร้อมกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

 

สำหรับข้าพเจ้าเองแล้ว  ได้มองเห็น  “คุณค่า”  งานบอลทั้งในประเด็นเดิม

และประเด็นใหม่  ผ่านการกลับไปมองอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งผู้เขียนตั้งใจไว้ว่า

ไม่ต้องการนำเสนอคุณค่าที่ได้รับ  แต่ต้องการนำเสนอกิจกรรมที่สะสม

ไว้ในอดีต  เพื่อให้หน่วยการตัดสินใจทั้งที่เกี่ยวข้อง  และไม่เกี่ยวข้อง

สามารถให้ คุณค่า สมบูรณ์มากขึ้น

 

ปัญหามากมายในปัจจุบัน  ส่วนใหญ่แล้วข้าพเจ้าเชื่อว่ามาจาก  

การพยายามพัฒนา   การพยายามก้าวหน้า

“ที่ยายามละเลยการบริโภคสะสมในอดีต – ประวัติศาสตร์”

ทั้งที่พยายามย้อนมอง  และลืมมองกลับไป

ด้วยเหตุของผลประโยชน์ระยะสั้น

Read Full Post »

หมายเหตุ : บทความนี้เขียนขึ้นไม่ได้จงใจอวดอ้างตนของผู้เขียน เพียงแต่เห็นว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เกิดขึ้นจากการกระทำ หนึ่งสิ่งในล้านๆ ครั้งของตัวเอง ซึ่งก็ต้องขออภัยในความยาวอีกอย่างหนึ่ง

————————————————————————————————————————

ช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ยาวเป็นปกติของบ้านเรานั้น เป็นโอกาสดีที่ทำให้ผมได้หยุดคิด ถึงเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมา

ท่านผู้อ่านครับ ผมมีความกล้าที่จะบอกท่านได้ว่า ช่วงเวลาปีใหม่ ปี2552นี้ เป็นปีหนึ่งที่กระผมภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างสูง…. เปล่าหรอกครับ ผมไม่ได้ทำเรื่อง ยิ่งใหญ่อะไร และก็ไม่ได้ ทำอะไรที่เป็นสาระสำคัญกับคนส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ และถึงแม้จะมีงานที่ต้องทำส่งอีกเยอะ ผมก็แทบไม่ได้เอาใจใส่ตรงนั้นเลย แล้วผมภูมิใจอะไร?

แต่สาเหตุที่ทำให้ผมภูมิใจนั้น ก็เพราะว่าปีใหม่ปีนี้ ผม สามารถได้ใช้ช่วงเวลาตลอดปีใหม่ไปกับคนรอบข้างทั้งในอดีต และปัจจุบัน คนผู้ที่ผมยังคงมีความรู้สึกลึกซึ้งผูกพันกับพวกเขาตลอดมา….และในช่วงท้ายของงานเทศกาลวันหยุด ผมก็ยังได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งหมดไปกับการส่งสารไปยังพี่น้องผองเพื่อน ทั้งเก่า และใหม่ เพื่อแสดงคำสวัสดีต่อพวกเขา

ผมมี แนวคิดหนึ่งที่ยึดถือมาโดยตลอดนั้น คือ ผมเชื่อว่า ตัวผมล้วนกอปรขึ้นด้วยสิ่ง สื่อ และ ผู้คนที่ผมผ่านพบเข้ามาในชีวิต ซึ่งผมคิดว่าอย่างหลังนั้นสำคัญที่สุด ทั้งประสบการณ์ ความรู้ ความคิด และ วิธีปฏิบัติของเขา บ้างอาจจะดี และบ้างอาจจะมีที่ผิดพลาด(ในความคิดของผม)  แต่เมื่อทั้งหมด ผ่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ตัวผมก็เกิดขึ้น โดยเอาส่วนประกอบทั้งหมดเข้ามาจัดเรียง ในแบบของผมเอง ดังนั้น ผมเชื่อว่า การพูด การคิด การกิน การเดิน พฤติกรรมต่างๆที่มันเกิดขึ้นในตัวผมนั้น ส่วนใหญ่คือการซึมซับ และ ผสมขึ้น โดยมีวัตถุดิบหลักเป็นประสบการณ์จากผู้คนและสิ่งแวดล้อม ที่ผมได้พานพบในชั่วชีวิตหนึ่ง และผมคิดว่า ปีใหม่นี้เป็นโอกาสดี ที่จะกลับไปค้นหา ใช้เวลาร่วมกับ ต้นตอของตัวผมเหล่านั้น

คุณครู

การจาริกกลับไปยังต้นตอของผม มันเริ่มตั้งแต่ วัน ศุกร์ที่ 26 ธันวาคม ช่วงสิ้นปีที่แล้ว สำหรับผม นี่เป็นประเพณีที่ทำต่อเนื่องมาร่วม 8-9 ปีแล้ว ทุกๆปีก่อนจะถึงวันหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผมจะกลับไปที่โรงเรียน ที่เคยได้ศึกษาทั้งในสมัยประถม และมัธยม กลับไปเพื่อส่งมอบของขวัญ คำอวยพร และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความไม่ลืม ในบุญคุณและความเสียสละในฐานะมนุษย์ แด่คุณครูในดวงใจของผม ……จะขอยกตัวอย่างคุณครูของผม คนหนึ่งละกัน ครูชื่อประณาท เทียนศรี เป็นอาจารย์ประจำชั้นตอนสมัยป.6 อาจารย์เป็นคนใจดี แต่ก็มีเหตุผล เวลาตอนเช้าก่อนเข้าห้องเรียน อาจารย์จะมีเรื่องมาเล่า ทุกเรื่องล้วนน่าสนใจและให้แง่คิด เวลาที่เราอาจจะซนเกินขอบเขต อาจารย์ก็จะดุ แต่ก็เป็นการดุที่มีเมตตาแฝงอยู่ ดุเสร็จอาจารย์ก็จะสอนต่อแล้วก็ให้เหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำแบบนั้น ผมจำได้ว่าความอบอุ่นในแบบลูกผู้ชายที่อาจารย์มอบให้ศิษย์นั้น เป็นสิ่งที่ผมประทับใจอย่างมาก…ในปีนี้ผมก็ได้กลับไปหาอาจารย์อีกครั้ง เราได้พูดคุยกันไม่นาน การสนทนาก็เป็นไปในระดับพื้นฐาน เพียงแค่ถามสารทุกข์สุกดิบ ธรรมดา ตามประสาของคนที่ไม่ได้คุ้นเคยกันทุกวัน ก่อนจะกลับอาจารย์ก็อวยพร พร้อมกับบอกว่า ขอบคุณมาก ที่ตลอดเกือบ10ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยลืมอาจารย์เลย….ประโยคสุดท้ายนี้ ทำผมนิ่งไปแปลบหนึ่ง รู้สึกดีใจจากส่วนลึก ดีใจจัง รู้สึกว่า ผมต้องการแค่นี้แหละ ต้องการให้เขารู้สึกว่าผมยังรำลึกถึงอยู่เสมอ รู้สึกว่าผมรู้สึกขอบคุณในตัวเขามาโดยตลอด….. ก่อนเดินออกมา ผมมองไปในห้อง มีเด็กๆจำนวนหนึ่งนั่งอยู่ พวกเขาต่างจ้องมองผมด้วยความสงสัยนิดๆ ผมไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจรึเปล่าว่าพี่คนนี้นั้นมาทำอะไรที่นี้ แล้วอะไรนำพาเขามาที่ห้องเรียนนี้ อย่างไรก็ดี ผมก็หวังว่า สิ่งที่ผมทำในวันนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆที่จะยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเขาเมื่อโตขึ้น และจะมีพวกเขาอย่างน้อยคนนึง ที่จะกลับมาเป็นพลังใจให้กับ ครูบาอาจารย์ในโรงเรียนของผมแห่งนั้น เหมือนกับที่เคยมีรุ่นพี่บางคนทำให้ผมได้เห็นเมื่อครั้งที่ผมยังเป็นเด็กน้อยในห้องเรียน แบบนั้น     ผมเดินออกมาจากห้องเรียนของน้องๆ ด้วยใจที่ยิ้มเป็นพิเศษ เพราะผมมั่นใจว่า สิ่งที่อาจารย์จะรับไว้จากมือของผมนั้น มันมากกว่าแค่ของขวัญแทนคำอวยพรอย่างแน่นอน . . . .

———————————————————–

พ่อ แม่

สำหรับชีวิตเรานั้น คงไม่มีอะไรที่ประเสริฐไปกว่า พ่อ กับ แม่อีกแล้ว ผมเชื่ออย่างนั้น … เป็น เพราะเขา เราถึงได้ยังคงอยู่เป็นเราจนถึงทุกวันนี้ ผมคงไม่ต้องเสียเวลาพูดพร่ำถึง คุณความดีที่ท่านมอบให้เราว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ต้องบอกว่า ทำไม ตัวตนหลายๆส่วนของตัวเรา ถึงเกิดมีขึ้นจากความผูกพันที่มีต่อท่าน แต่ผมจะขอพูดในแนวนี้แทน…

ในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา หลายครั้ง ที่ผมได้มีโอกาสไปงานศพ ผู้ให้กำเนิดของเพื่อนๆของผม หลายๆคน พ่อ-แม่ของพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งถ้าพูดตามจริงก็ต้องบอกว่า ดูเหมือนโอกาสนี้ของผมจะเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็จากไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ แต่ก็มีบางคนที่จากไปอย่างกระทันหันโดยที่แทบจะไม่มีโอกาสได้บอกลา การที่ไม่ได้บอกลานี้เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจนะครับ วันๆหนึ่งคุณกลับบ้านไป เกิดมีปากเสียงกับพ่อแม่ พอวันต่อมาคุณรู้สึกผิดอยากกลับไปขอโทษ หรือทำดีกับเขาเป็นพิเศษ ปรากฎว่าเขาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เรื่องแบบนี้นั้นสะเทือนใจเกินไปจริงๆ

หนึ่งในนั้นเป็นพ่อของเพื่อนสนิทผมคนหนึ่ง พ่อของเธอจากไปด้วยโรคหัวใจฉับพลัน ในช่วงเวลานั้น ผมว่ามันเป็นอะไรที่เกินรับได้ สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่ไม่เคยคิดว่า พ่อที่ดูสุขภาพแข็งแรงดีจะจากไปในเร็ววันนี้ และคงไม่เคยแม้แต่จะคิดว่า แม้แต่คำร่ำลาก็จะไม่ได้บอกกัน ผมมั่นใจได้ว่า ความรู้สึกในตอนนั้นของเธอไม่สามารถอธิบายให้ใครหน้าไหนเข้าใจได้ จนกว่าคุณจะรับรู้ด้วยตนเอง (ซึ่งผมหวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น) ความรู้สึกนั้นท่วมเอ่อ สิ่งที่ล้นออกมานั้นล้วนแต่เป็นความเศร้าโศกจากความสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต และไม่สามารถเอากลับมาได้อีกแล้ว พ่อของเธอจากไปแล้ว ไม่มีพ่อที่บ้าน ไม่มีเสาหลักที่นำพาชีวิตของครอบครัวของเธออีกแล้ว ความเสียใจจากความสูญเสียมันมากมายขนาดที่ทำให้เมื่อผมกลับบ้านมา ต้องกลับไปกอดพ่อกับแม่พร้อมกับบอกว่า อย่าเพิ่งไปไหน ผมยังไม่พร้อม ขนาดนั้นเลยทีเดียว

ท่านผู้อ่านครับ ชีวิตของเรานั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราทุกคนล้วนยังไม่อยากตาย และก็ไม่อยากให้คนที่เรารักนั้นมีอันเป็นไปเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ เราก็ต้องยอมรับว่าผู้คนในโลกนี้ล้วนเกิด และ ตายทุกวัน และมันก็คงจะมีบ้าง ที่คนรอบข้างเราจะต้องเป็นคลื่นที่ม้วนลงใต้น้ำไปในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง…. ที่จริงแล้วความไม่แน่นอนของชีวิตนั้น ทุกคนได้เห็นได้ยินกันมาอยู่ตลอด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้มันนำมาขบคิด และก็ไม่ใช่ทุกคนที่ได้นำมันมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา

พระอาจารย์พรหม ผู้เขียนหนังสือชวนม่วนชื่น ได้เล่าประสบการณ์ของท่าน(ซึ่งในตอนนั้นท่านยังดำรงสถานะฆราวาสอยู่) ได้อย่างน่าฟัง ตอนหนึ่งว่า เมื่ออาตมาเป็นหนุ่ม อาตมาชอบฟังเพลงทุกประเภท ตั้งแต่เพลงร็อค จนถึงเพลงคลาสสิค ตั้งแต่เพลงแจ๊ซ จนถึงเพลงพื้นบ้าน ลอนดอนเป็นเมืองที่เลิศสำหรับคนที่กำลงัเป็นหนุ่มเป็นสาว เมื่อสามสิบสี่ปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักดนตรี อาตมาจำได้ถึงครั้งที่ไปฟังวงเลด เซ)ปลิน แสดงอย่างเขินๆ เป็นครั้งแรกในคลับเล็กๆ ในย่าโซโห แล้วอีกวาระหนึ่ง พวกเราเป็นเพียงไม่กี่คนนั่งดู ร็อด สจ๊วร์ต ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีใครรู้จัก ร้องนำในวงร็อคที่ห้องชั้นบนของผับเล็กๆ ทางเหนือของกรุงลอนดอน อาตมามีความทรงจำอันมีค่าหลากหลายฉากเกี่ยวกับดนตรีในกรุงลอนดอนในช่วงเวลานั้น

เมื่อคอนเสิร์ตจบลงอาตมาจะตะโกน เอาอีก! เอาอีก!” ร่วมไปกับคนอื่นๆ โดยปกติแล้ววงดนตรีหรือวงออเคสตร้าจะเล่นต่อให้อีกสักระยะหนึ่ง แต่ในที่สุดก็ต้องถึงเวลาเลิกราเก็บข้าวของกลับบ้าน อาตมาก็เช่นกัน ในความทรงจำของอาตมามันดูราวกับว่าทุกๆค่ำคืนที่อาตมาเดินจากคลับ ผับ หรือโรงแสดงคอนเสิร์ตกลับบ้าน ฝนมักจะกำลังตกอยู่เสมอ ฝนในความทรงจำของอาตมา เมื่อกลับจากคอนเสิร์ต มักจะเป็นชนิด ฝนตกปรอยๆหนาวเย็นและเศร้าซึม แม้อาตมาจะรู้แน่แก่ใจว่า อาตมาคงไม่มีโอกาสได้ฟังวงดนตรีวงนั้นอีก และอาตมาไม่มีวันได้พบพวกเขาอีก ไม่เคยเลยสักครั้งมที่อาตมาจะรู้สึกซึมเศร้า หรือร้องไห้ ขณะที่อาตมาเดินออกไปสู่ความหนาวเย็น ชื้นแฉะ และความมืดในยามค่ำคืนของกรุงลอนดอน เสียงดนตรีอันเร้าใจยังคงงก้องสะท้อนอยู่ในใจของอาตมา เยี่ยมจริงๆ มันจริงๆ โชคดีชะมัดเลยที่เราได้มาฟัง!’ อาตมาไม่เคยเศร้าใจเลยเมื่อการแสดงคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ได้สิ้นสุดลง

นั่นเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับความรู้สึกของอาตมาเมื่อพ่อของอาตมาเสียชีวิต มันเป็นเช่นการแสดงคอนเสิร์ตอันยิ่งใหญ่ที่ต้องจบลงในบั้นปลาย มันเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม เมื่อมันใกล้จะจบ ก็เหมือนกับที่อาตมาร้องตะโกนว่า เอาอีก เอาอีก!” พ่อผู้เป็นที่รักของอาตมาต่อสู้อย่างหนัก เพื่อจะมีชีวิตต่อไปอีกไม่นานนักเพื่อเรา แต่ในที่สุดก็ต้องถึงเวลาที่ท่าน เก็บข้าวของกลับบ้าน เมื่ออาตมาเดินออกมาจากฌาปนกิจสถานที่มอร์ทเลคตอนจบพิธีท่ามกลาง ฝนตกปรอยๆ ฝนอันเย็นเฉียบของลอนดอน อาตมาจำได้แจ่มชัดรู้แจ้งแก่ใจว่าอาตมาคงไม่ได้มีโอกาสได้อยู่กับท่านอีก และท่านได้จากไปตลอดกาล อาตมาไม่ได้รู้สึกโศกเศร้า หรือแม้แต่จะ ร้องไห้…  สิ่งที่ก้องอยู่ในใจอาตมาคือ ท่านช่างเป็นพ่อที่วิเศษเหลือเกิน ชีวิตของท่านช่างเป็นแรงบันดาลใจที่ทรงพลังจริงๆ เราช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นลูกชายของท่าน ขณะที่อาตมาเดินจูงมือแม่ก้าวเดินไปข้างหน้า อาตมารู้สึกเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง เช่นที่รู้สึกยามเดินออกมาจากการแสดงคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต จะเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ขอบคุณครับพ่อ’”

ความเศร้าโศกจากการเพ่งมองเฉพาะความพลัดพราก ในขณะที่ความสำนึกในบุญคุณของผู้ที่จากไป และความรู้สึกกตัญญูที่เกิดขึ้น นำไปสู่การเฉลิมฉลองชีวิตดีงามที่ปิดฉากลงเรื่องของพระอาจารย์พรหม ก็จบแต่เพียงเท่านี้

………..ชีวิตคนเราทุกคน ก็เหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตที่เราไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ คำถามก็คือ เราจะเต็มที่กับมันแค่ไหน เพื่อที่เมื่อคนเสิร์ตจบ เราจะได้ไม่ต้องโวยวาย ว่าเรายังไม่ทันได้เต้นเลย ยังไม่ได้เต็มที่เลยก็จบซะแล้ว จะตะโกนไปยังนักดนตรีให้เล่นต่อ บอกเขาว่าเล่นได้เจ๋งมาก เอาอีก เอาอีก เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินไหม ทางที่ดี เราเต้นไปอย่างสุดแรงเกิดให้เขาได้เห็นจะดีกว่า

ช่วงหยุดเทศกาลปีใหม่ปีนี้ ผมได้ขับรถพาพ่อแม่ไปกินข้าว ซื้อของ หลายรอบ หลายวันด้วยกัน ผมใช้โอกาสนี้ใช้เวลาอยู่กับพวกเขามากเป็นพิเศษ เราพูดคุยเรื่องทั่วไปต่างๆกันทั้งวัน ถึงแม้ถ้าไปข้างนอกคนเดียว ผมก็จะกลับบ้านก่อนดึกเกือบทุกคืน ทั้งนี้พ่อกับแม่ท่านอาจจะไม่รู้ว่าผมกลัวคอนเสร์ตจบขนาดไหน แต่อย่างน้อยผมก็ดีใจที่รู้ตัวว่า เราอาจจะต้อง กลับบ้านก่อนกำหนด เมื่อไหร่ก็ได้ ท่านผู้อ่านครับ ปีใหม่ปีนี้อยู่บ้านกับพ่อแม่นี่ เป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว

———————————————————–

เพื่อนๆ

ช่วงเวลาที่ยังเรียนในมหาวิทยาลัย ผมมีเพื่อนๆ อยู่สองสามกลุ่มที่สามารถเรียกได้ว่า เป็นเพื่อนที่วิเศษ สองกลุ่มในนั้นคือพวกที่ทำกิจกรรมด้วยกันมา ช่วงเวลาที่เราทำกิจกรรมนั้น มีอุปสรรค ขวากหนามต่างๆประเดประดังเข้ามามากมาย พวกเราได้ผ่านพ้น เรื่องราวเหล่านั้นมาด้วยกัน ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสังคมใหญ่ แต่ด้วยจิตวิญญาณแห่งการเสียสละและมิตรภาพระหว่างกัน มันก็ทำให้ผมประทับใจอย่างยิ่ง….. กลุ่มหนึ่งในนั้น เราได้มีโอกาสนัดกินข้าวกันในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ระหว่างการกินข้าว ผมรู้สึกสนุกไปกับบรรยากาศเพื่อนฝูงที่อยู่รอบๆเราเป็นอย่างยิ่ง และพบว่าน่าอัศจรรย์ ที่ครั้งหนึ่ง พวกเราได้เคยร่วมเรียงเคียงอยู่ด้วยกันมา ผ่านพ้นเรื่องราวมาด้วยกัน บางคนได้ร่วมหัวร่อ บ้างก็ได้ร่วมคิดเห็น บ้างก็ได้ทะเลาะเบาะแว้ง แต่เหตุการณ์เหล่านั้น ก็ล้วนน่าอัศจรรย์ และนำพาให้ผมได้เป็นผมถึงทุกวันนี้ ผมคิดว่าผมเป็นหนี้บุญคุณพวกเขาหลายอยู่ ถ้าไม่มีพวกเขา ผมอาจจะไม่ได้เข้าใจความหมายในสิ่งต่างๆ(ที่ผมว่าเราเข้าใจกันเอง บอกไปคงไม่สนุก) และเรื่องราวในรั้วมหาวิทยาลัยของผมก็คงจะขาดสีสันไปเยอะเลยทีเดียว

ด้วยสำนึกในบุญคุณของพวกเขา และ ก็ด้วยความกลัวว่าถ้าผมตายไป เดี๋ยวจะไม่มีโอกาสได้บอก ผมก็เลยใช้เวลาอยู่นานเหมือนกันในช่วงหยุดปีใหม่นี้ เพื่อเขียนจดหมายส่งความสุข สวัสดี จากผมไปสู่พวกเขาเหล่านั้น ผู้ซึ่งสั่งสอนผมโดยที่เขาไม่รู้ตัว ซึ่งผมก็หวังว่า คนที่เปิดอ่าน จะได้รับอะไรจากผมไปบ้างน่ะครับ

ต้องขอปิดเรื่องของเพื่อนแบบสั้นๆเพราะว่าผมคิดว่า บทความนี้ชักจะยาวไปแล้ว อย่างไรเสีย ผมก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะน้อยใจ อะไรหรอกครับ

———————————————————–

คนรู้ใจ

บ้า!!! เรื่องส่วนตัว ใครเค้าบอกกันครับ ฮ่า

.

กลับมาต่อกันนะครับ

.

…….ในช่วงชีวิตคนเรา ล้วนเต็มไปด้วยสับสนวุ่นวาย เหตุการณ์ต่างๆรอบตัวล้วนสำคัญ งานใหม่ๆเข้ามา ขณะที่งานเก่าๆยังไม่เสร็จ แค่เอาตัวรอดไปวันๆ ก็แทบจะหมดแรง เสาร์-อาทิตย์ก็อยากจะพักอยู่บ้านเฉยๆ วันหยุดยาวก็อยากจะไปเที่ยวต่างจังหวัดต่างประเทศกับเขาบ้าง แล้วเวลาจะไปนึกถึงคนอื่นจะไปมีได้อย่างไร ถึงมีก็ยังจะต้องเอาเวลาไปซื้อของ ไปเยี่ยมเยียนอีกต่างหาก…. ผมขออย่าให้เป็นอย่างนั้นไปซะทุกครั้งนะครับ แค่นี้โลกเราก็ชักจะแคบลงไปทุกวันๆแล้ว

สุดท้ายนี้ ผมขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน ได้มีโอกาส มีเวลาว่าง เพื่อทบทวนว่ามีใครที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของท่านบ้าง ใครคือคนที่เราประทับใจ การกระทำ คำพูดของเขาเหล่านั้น ได้เป็นแรงบันดาลใจ ผลักดันให้เราเป็นเราถึงทุกวันนี้ และผมก็ขอให้ท่านได้มีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกับ จิ๊กซอว์ ชีวิตของท่าน เหล่านั้น ได้มีโอกาส มอบสิ่งดีๆแก่ผู้ที่ท่านรัก เคยรัก เคยผูกพัน กลับไปแสดงออกต่อเขาโดยไม่เขินอาย หรือกลัวว่าจะเป็นไปโดยฝ่ายเดียว แสดงออกว่าเรายังรู้สึกดีห่วงใยแก่กัน  ขอให้เราอย่าได้หลงลืมสิ่งสำคัญทั้งหลายเหล่านี้ไป ขอให้คุณค่าแห่งจิตใจที่งดงาม ในความเป็นมนุษย์ ได้แพร่ออกไปโดยเริมต้นที่ตัวเราครับ …   /   ขอให้ทุกท่านดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาทครับ ขอบคุณครับ


ความดีของบทความนี้ หากจะพึงมี ข้าพเจ้าขอมอบให้ด้วยความขอบคุณ แด่ ทุกๆต้นตอ ของข้าพเจ้า(หากคุณคิดว่าใช่ คุณใช่) และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัว เอกแสงศรี ผู้ซึ่งสอนข้าพเจ้า แม้โดยทางอ้อม มิให้ประมาทในชีวิต (ซึ่งบางทีข้าพเจ้าก็ลืมไป)


Read Full Post »