Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for กันยายน 24th, 2008

triamboy

HE NEVER TAKES RISK.

definition of  “George Soros”.

 

ไม่มีใครที่ไม่จดจำวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ  เมื่อ  ปี  2540  ของประเทศไทย  อันนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อการดำเนินกิจกรรมทางสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมือง  ผู้คน  สังคมมีความเครียดสะสม  ร้ายแรงถึงขั้นที่บางคนมีความผิดปกติทางจิต  และหลายคนต้องหาทางออกโดยการปลิดชีิวิตตนเองไม่ทางใดทางหนึ่งเพื่อหนีปัญหา  ทั้งหมดนี้มาจากจุดเริ่มต้นของวิกฤตของสถาบันการเงินไทย  ที่ขาดวินัยทางการเงิน  เนื่องด้วยการละเลยดรรชนีระดับจุลภาค  อาทิ  งบดุล  งบกำไรขาดทุน  ถึงแม้ว่าดรรชนีระดับมหภาค  อาทิ  เงินเฟ้อ  จะอยู่ภายใต้ระดับที่เหมาะสม  ด้วยเหตุนี้นำมาสู่ความเปราะบาง  หรือโอกาสของการล้มลงของอัตราแลกเปลี่ยน  และวิกฤตหนี้ในที่สุด  เนื่องมาจากโอกาสจูงใจให้มีการโจมตีค่าเงินโดยต้นทุนที่น้อย

 

ครั้งนี้ประเทศไทยเองสุดท้ายแล้วกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีค่าเงินบาทถัดจากประเทศเม็กซิโกในปี  1994  หลายคนคงได้เข้าใจสาเหตุ  จากการรับรู้ของสื่อกระแสหลักเบื้องหน้ามามากแล้ว  ข้าพเจ้าจึงขอนำเสนอเบื้องหลังการโจมตีค่าเงินบาท  โดยอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของท่านที่เกี่ยวข้อง  เพื่อเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์อีกด้านหนึ่ง  เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไปรุ่นนี้  และรุ่นต่อไป  ดังนี้

 

ก่อนปี  2541  ประเทศไทยมีการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงตัว  รักษา  (แทรกแซง)  ไว้ที่ระดับเป้าหมายที่กำหนด  และรับทราบโดยทั่วไป

 

ประเทศสหรัฐเมริกามีคลินตันเป็นประธานาธิบดี  ซึ่งเชื่อมั่นในที่ปรึกษายิวอเมริกันนามว่าครุกแมน

 

จูเลียน  รอบินสัน   นำเงินเข้ามาประเทศไทย  10  พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา  ปรากฎว่าไม่สำเร็จ  เนื่องจากนำเงินมาน้อยไป  น้อยกว่าเงินสำรองระหว่างประเทศของไทย   ที่ระดับ  39  พันล้านเหรียญสหรัฐ    สิ้นปี  2539  (หนี้ต่างประเทศ  110  พันล้านเหรียญสหรัฐ  หนี้ระยะสั้น  41  พันล้านเหรียญสหรัฐ)

 

จากการเข้ามาของจูเลียน  รอบินสัน  ได้ให้บทเรียนแก่ผู้ที่ต้องการโจมตีค่าเงินบาท  คือ  ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบเข้มงวด  เรียกได้ว่าสู้แบบหัวชนฝา  จนกว่าจะชนะ

 

จอร์จ  โซรอสได้เห็น  เรียนรู้วิธีการดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทย  จึงนำเงินเข้ามากว่า  100  พันล้านเหรียญสหรัฐ  สู้ไปสู้มา  ประเทศไทยสู้ไม่ไหว  จนในที่สุด  สิ้นเดือนมิถุนายน  2540  ธนาคารแห่งประเทศไทยเหลือเงินสำรองระหว่างประเทศ  2.839  พันล้านเหรียญ  ส่วนที่หายไปส่วนใหญ่ถูกหอบหิ้วกลับประเทศโดยจอร์จ  โซรอสกว่า  40  พันล้านเหรียญสหรัฐ

 

2  กรกฎาคม  2540  ประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท  หรือกล่าวได้ว่ามีการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว  ปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนสะท้อนความเป็นจริงตามความต้องการถือครองเงินบาท  จากครั้งนี้ทำให้เงินบาทอ่อนค่าสูงสุด    ระดับ  54  บาท  ต่อ  1  ดอลลาร์สหรัฐ

 

หลัววิกฤตการณ์เงินบาทล้ม  อเมริกาส่งทูตอีโต้เชื้อชาติญี่ปุ่นแต่เติบโตที่อเมริกาแต่เล็กเข้าพบนายกรัฐมตรีขณะนั้น  คือ  นายชวน  หลีกภัย  เพื่อชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดของประเทศไทยเอง  (That’s your fault.)  ประเทศไทยไม่มีการปิดประตูบ้านที่ดี  โจรมันก็เลยเข้ามาปล้น  อย่าไปอ้างถึงการเข้ามาปล้นของโซรอสเลย  มาหาวิธีีการแก้ดีกว่า

 

สหรัฐอเมริกาส่งนายพลแกลวิน  อดีตผู้บัญชาการสูงสุดของนาโต้  คณบดีคณะกฎหมาย  และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยทัฟในขณะนั้น  (Law and Diplomacy School, Tuff University)  เข้าพบ  พ.อ. (พิเศษ)  ดร.ถนัด  คอมันตร์  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ  ระหว่าง  10 ก.พ. 2502 – 17 พ.ย. 2514  เพื่อแจ้งว่าการกระทำของโซรอส  ทำไปโดยลำพังคนเดียว  (Acted independently)  ท่านถนัดจึงสอบถามกลับว่าการที่ท่าน (นายพลแกลวิน)  มาในวันนี้ท่านได้รับการเห็นชอบ  (อนุญาต) จากกระทรวงการต่างประเทศของท่านหรือยัง  ปรากฎว่าได้รับความเห็นชอบแล้ว  เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำโดยลำพังคนเดียว

 

รัฐมนตรีคลัง  คือ นายธานินทร์  นิมมานเหมินทร์ได้เชิญให้คนของโกลด์แมน  แซคส์มานั่งทำงานหน้าห้องรัฐมนตรี  คนในพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง  คือ  คุณบุญชู  โรจนเสถียร  ได้เล่าว่ารัฐมนตรีคลังเมื่อเรียนสำเร็จก็ได้เข้าไปฝึกงานที่โกลด์แมน แซคส์  โดยมีโรเบิร์ต   รูบินส์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับเข้าฝึกงาน  เพื่อเป็นการสำนึกบุญคุณ  จึงรับคนจากโกลด์แมน  แซคส์เข้ามา

 

นายราล์ฟ  บอยส์  หมายเลขสองของสถานเอกอัครราชทูตอเมริกัน  ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นผู้ช่วยเหลือการปล้นครั้งนี้มากที่สุด  หลังจากวิกฤตท่านทูตคนเดิมเตรียมตัวกลับอเมริกา  ท่านถนัดได้ข่าวว่านายราล์ฟ  บอยส์จะมาแทน  จึงส่งคนไปสอบถามที่สถานทูต  เมื่อทางอเมริการู้ว่าเรารู้ทันเขา  เขาจึงส่งราล์ฟไปเป็นประธานคณะกรรมการอินโดนีเซีย  แต่ยังมาประเทศไทยบ่อยๆ

 

เมื่อถามถึงแรงจูงใจที่ทำให้รัฐบาลอเมริกายอมให้มีการปล้นเกิดขึ้นไปทั่วโลกนั้น  สามารถตอบได้เลยว่า  ผลประโยชน์ร่วมกันจากการเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ผลประโยชน์ที่รัฐบาลอเมริกาได้รับ  คือ  ภาษี  เฉพาะจากการปล้นประเทศไทยประเทศเดียวก็ได้รับภาษีกว่า  15  พันล้านเหรียญ  มากกว่านั้นถ้าเกิดความผิดพลาดจากการปล้น  หรือกล่าวได้ว่าปล้นไม่สำเร็จ  หน่วยงานของรัฐพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือทันที  โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางสหรัฐ  จากตัวอย่างของกรณีของกองทุนเก็งกำไร  (เหมือนกับ  Tiger Fund  ของโวรอส)  ชื่อว่า   Long-Term Capital Management hedge fund  ที่ก่อตั้งโดยจอน  แมริเวเธอร์  (John Mariwether)  ซึ่งเป็นดาวรุ่งของวงการการเงินวอลสตรีท  และมีทีมงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลถึง 2  คน  คือ  Myron  Scholes  และ  Robert Merton  ซึ่งได้รับแรงจูงใจจากความสำเร็จของโซรอส  จึงทำการออกโจมตีท่าเงิน  ปรากฎว่าแพ้  ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนโซรอส  ทำให้กรีนสแปน  ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐได้กระโดดออกมาช่วยทันที  โดยให้ธนาคาร  สถาบันการเงินต่างๆ  เข้าช่วย  ด้วยเหตุผลที่ว่า  ถ้าไม่ช่วยจะนำมาซึ่งวิกฤตทางการเงินในอเมริกา

 

มากกว่านั้นเมื่อประเทศทางเอเชียตะวันออกรวมตัวกันแก้ปัญหาร่วมกัน  โดยเสนอจัดตั้ง  Asia Monetary Fund  ขึ้นมา  รวมถึงการออก  Asia Bond  แต่แล้วความพยายามก็ถูกคัดคานอย่างหนักจากอเมริกา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยิวสองคน  คือ  นายรูบินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอเมริกาในขณะนั้น  และนายลอเรนซ์  ซัมเมอร์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น  เนื่องมาจากสาเหตุหลักคือ  การสูญเสียการควบคุมระบบการเงินโลก  ผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ  ธนาคารโลก  องค์การค้าโลกที่เบื้องหลังแล้วอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกานั่นเอง

 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า  การปล้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งลำพังแต่เพียงผู้เดียว  แต่เกิดขึ้นเป็นขบวนการที่เตรียมพร้อมอย่างดี  ผ่านกระบวนการต่างๆ ของระบบเศรษฐกิจที่กำหนดขึ้นมาโดยสหรัฐเอง  รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในหน่วยงานต่างๆของรัฐ  และองค์กรระหว่างประเทศที่สามารถควบคุมและจัดการได้  ถึงแม้นว่าการมีอยู่ของกระบวนการ  และเครื่องมือไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการปล้นนี้  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประสบการ์ครั้งนี้ได้สอนให้คนไทยได้เรียนรู้การปล้นอย่างถูกกฎหมายที่เรายอมรับระบบ  เงื่อนไข  รวมทั้งปฏิบัติตามจากต่างประเทศ  เพื่อที่จะได้ป้องกันการปล้นซ้ำอีกครั้งในวันหน้า

 

รั้งหนึ่งเราถูกปล้น

ครั้งหนึ่งเราต้องเริ่มต้นใหม่

ต้องไม่มีอีกครั้ง  “เราถูกปล้น”

 

Read Full Post »

triamboy

IN GOD WE TRUST

Official national motto of The United States and The U.S. State of Florida.

 

ในพระผู้เป็นเจ้า,  เราเชื่อมั่น  หรือกล่าวได้ว่าเราเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้า  สามารถพบเห็นได้ทั่วไปบนธนบัตร  และเหรียญดอลลาร์สหรัฐอเมริกา  เนื่องมาจากบรรยากาศที่อบอวลด้วยความศรัทธาศาสนาเป็นอย่างมากในช่วงสงครามการเมืองของอเมริิกา  และเพื่อเป็นการระลึก  ตระหนักถึงพระผู้เป็นเจ้าผ่านสิ่งของที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุดในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน  มากกว่านั้นข้าพเจ้าเชื่อว่าการนำวลีนี้มาใช้บนเงินตราของดอลลาร์สหรัฐอเมริกานั้น  ทำขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น  ความมั่นใจ  แล้วจูงใจให้มีการใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า  และบริการ เพื่อทดแทนการแลกเปลี่ยนสินค้าโดยตรง  มากกว่านั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการเป็นเงินตราสกุลสากล  โดยควบคู่กับการเผยแพร่ศาสนาในช่วงอดีตที่ผ่านมา

 

เห็นได้ว่าการสร้างความเชื่อมั่น  เป็นสิ่งจำเป็นเบื้องต้นต่อการจูงใจให้ทำกิจกรรมต่างต่างที่วางไว้  หรือกิจกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้น  ทุกกิจกรรมทางสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมืองทุกหน่วย  หากพิจารณาย้อนกลับไปในอดีต  พบว่า  เรากำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตทุกอย่างของสิ่งมีชีวิตในโลก  โดยพยายามฝืนข้อจำกัด  เงื่อนไขที่ธรรมชาติกำหนด  ที่กิจกรรมทุกอย่างมีการดำเนินไปตามวัฏจักรของธรรมชาติ  กล่าวได้ว่ามีดำเนินตามวงจรของธรรมชาติ  (Pro-cyclical of nature)  หรือกำหนดโดยอุปทาน   (Supply-side world  – ตอบสนองความต้องการผู้ผลิต  ที่มีธรรมชาติเป็นผู้ผลิต)  โดยเปลี่ยนเป็นการดำเนินกิจกรรมตามความต้องการของมนุษย์  ภายใต้เงื่อนไข  และบริบทใหม่ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการนั้น  โดยเงื่อนไขของธรรมชาตบางส่วนที่ได้รับการท้าทาย  (Counter-cyclical of nature)  หรือกล่าวได้ว่าดำเนินตามวงจรใหม่ที่มนุษย์สร้างขึ้น  ตามวัฏจักรต่างๆที่สร้างขึ้น  ที่ถูกกำหนดโดยอุปสงค์  (Demand-side world – ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค  ที่มีมนุษย์เป็นผู้บริโภค)

 

ดังนั้นหากเราต้องการดำเนินกิจกรรมทางสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมืองตามวัฏจักรใหม่ที่มนุษย์เราเองออกแบบขึ้นมา  โดยมีเป้าหมายที่คาดว่า  มนุษย์โดยรวมจะมีคุณภาพชีิวิตที่ดีขึ้น  เงื่อนไขที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อโลกของการตอบสนองความต้องการ  คือ  การสร้างความเชื่อมั่น  ความมั่นใจ  ความศรัทธาในระบบ  แบบจำลองที่สร้างขึ้น  เพื่อที่จะได้ดำเนินกิจกรรมตามเส้นทาง  กระบวนการที่กำหนดไว้  โดยมีผลลัพธ์ในอนาคตด้านดี (ถูกนำเสนอส่วนใหญ่ด้านเดียว) ที่ถูกคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเป็นเป็นแรงจูงใจสำคัญ  อาทิ

 

วงจรทางสัมคมในโลกของการตอบสนองความต้องการ  เช่น  วงจรความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน  วรจรสังคมเมือง  วงจรสังคมชนบท  เป็นต้น

วงจรทางเศรษฐกิจในโลกของการตอบสนองความต้องการ  เช่น  วงจรธุรกิจ  วงจรปิโตรเคมี  วงจรการเงิน เป็นต้น

วงจรทางการเมืองในโลกของการตอบสนองความต้องการ  เช่น  วงจรของอำนาจต่างๆ  ทั้งบริหาร  นิติบัญญัติ  ตุลาการ  องค์กรอิสระ  รวมถึงการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน  รวมถึงวงจรของระบอบการเมืองต่างๆ  เป็นต้น

โดยแต่ละวงจรมีรายละเอียดของเงื่อนไข  บริบทที่แตกต่างกันไปตามที่กำหนดไว้

 

แต่นั่นเป็นเพียงด้านของโลกที่สวยงาม  ในยามปกติสุขเท่านั้น  หากพิจารณาในทางกลับกัน  พบว่า  เมื่อเกิด  “ความกลัว”  ความไม่เชื่อมั่น  ไม่เชื่อถือขึ้นในระบบใดระบบหนึ่งที่สร้างขึ้นมานั้น  ผลลัพธ์ที่ออกมาน้ันยากต่อการคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน  มีผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงอีกมากที่เกิดขึ้นตามมา  และที่สำคัญกว่าคือ  ผลลัพธ์ที่ได้มีทิศทางตรงข้ามกับผลลัพธ์ตามวงจรที่กำหนดไว้ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความเชื่อมั่นในระดับสูง  ยากต่อการคาดคะเนขนาดของความเสียหายที่ชัดเจน  รวมถึงความหายนะที่คาดไม่ถึงด้วย  เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้น  จึงขอยกตัวอย่างสถานการณ์อธิบายประกอบ  ดังนี้

วงจรของสินทรัพย์

ในปัจจุบันมีสินทรัพย์ให้มนุษย์เลือกถือครองมากมายหลายชนิด  รวมถึงสินทรัพย์ที่ได้รับการพัฒนาขั้นสูง  โดยปกติแล้วสินทรัพย์ที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดนั้น  ความต้องการถือครองสินทรัพย์แต่ละชนิดมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงข้าม  หรือสามารถทดแทนกันได้  คือ  ถ้าสินทรัพย์ชนิดหนึ่งมีผลตอบแทนลดลง  ความต้องการต่อสินทรัพย์นั้นลดลง  ทำให้ราคาสินทรัพย์ลดลง  ผู้ลงทุนนำเงินที่ได้ย้ายไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า  (โดยเปรียบเทียบ)  ความต้องการต่อสินทรัพย์นี้เพิ่มขึ้น  ทำให้ราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น   การทดแทนได้ในสัดส่วนมากน้อยเท่าไหร่นั้นหมายถึงความยืดหยุ่นของการทดแทนกันของสินทรัพย์  สินทรัพย์บางชนิดสามารถทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์  หมายความว่า  สินทรัพย์เดิมจำนวน 1  หน่วย  สามารถเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ใหม่  1  หน่วย  เป็นต้น

 

จากผลเชิงประจักษ์ของกรณีซับไพร์ม  พบว่า  จากภาวะฟองสบู่แตกของอสังหาริมทรัพย์ในอเมริกา  ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลงต่อเนื่องอย่างมาก  กอปรกับการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ประเภทด้อยมาตรฐานที่มีปริมาณมาก  เนื่องมาจากความต้องการอสังหาริมทรัพย์อย่างมากในช่วงก่อนฟองสบู่แตก  เมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลงทำให้ธนาคารพาณิยช์ต้องดำเนินการป้องกันความเสี่ยงโดยเรียกเงินกู้คืน  เมื่อผู้กู้ไม่สามารถชำระได้  ทำให้เกิดหนี้ที่ก่อไม่ให้เกิดรายได้ขึ้น  มากกว่านั้นธนาคารพาณิยช์ยังมีการออกตราสารหนี้โดยที่ใช้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ประเภทด้อยมาตรฐานเป็นสินทรัพย์คำ้ประกัน  ที่เรียกว่า  Collatteral Debt Obligation (CDO)  เมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง  ทำให้มูลค่าตราสารหนี้ชนิดนี้ลดลงด้วย  โดยที่ตราสารหนี้ี่ใช้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ประเภทด้อยมาตรฐานเป็นสินทรัพย์คำ้ประกันนี้ได้รับการถือครองจากนักลงทุนทั่วโลก  เนื่องมาจากผลตอบแทนในระดับสูง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ  ซึ่งมีความเสี่ยงสูง  สภาพคล่องน้อย  ทำให้ธนาคารพาณิยช์ต้องนำเงินมารับซื้อหน่วยลงทุนคืนจากผู้ต้องการขายหน่วยจำนวนมาก  ถ้าธนาคารพาณิยช์มีสภาพคล่องไม่เพียงพอ  ทำให้ต้องขายสินทรัพย์ที่มีการลงทุนทั่วโลกออกไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้นซึ่งมีสภาพคล่องสูง  ผลตอบแทนในระดับสูง

 

เห็นได้ชัดว่าเมื่อเกิด “ความกลัว” ขึ้นในตลาด  ไม่มีความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่ง  นำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นโดยรวม  พบว่า  เมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลงต่อเนื่องอย่างมาก  เกิดความกลัว  ไม่่เชื่อมั่นต่อตลาด  แทนที่จะมีการเปลี่ยนการถือครองสินทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์  เป็นสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า  ทำให้ราคาสินทรัพย์นั้นสูงขึ้น  แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น  เนื่องจากความกลัว  ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่น  ไม่ต้องการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงทั้งสูง  และต่ำ  รอดูแนวโน้มในอนาคต  เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าขนาดของความเสียหายเท่าไหร่  ทั้งประเด็นของส่วนไหนบ้างที่ได้รับความเสียหาย  ส่วนที่ได้รับความเสียหาย  เสียหายมากน้อยแค่ไหน  และความเสียหายทางอ้อมต่อธุรกิจอื่น  ทำให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ต่างๆลดลงอย่างรวดเร็ว  ราคาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเกือบทุกชนิดลดลงอย่างมากในระยะเวลารวดเร็ว  และต่อเนื่องเรื่อยมา  ยกเว้นเสียแต่สินทรัพย์ที่เกือบจะไม่มีความเสี่ยง  คือ  ทองคำ  ซึ่งเป็นหลักประกันความมั่งคั่ง  และมั่งคงของแต่ละประเทศ  ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้น  ทำให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่วิกฤตซับไพร์ม

 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นเห็นได้ว่าเมื่อมีความกลัว  ไม่มีความเชื่อมั่นในวงจรที่สร้างขึ้นในโลกของการตอบสนองความต้องการ  ทำให้เกิดผลลัพธ์ในทิศทางตรงข้ามซึ่งไม่เป็นที่พึงประสงค์  (ไม่ต้องการ)  อย่างมาก  นั่นเป็นเพราะว่าวงจรที่สร้างขึ้นมานั้นเป็นความต้องการที่พยายามฝืนธรรมชาติ  ละเลยเงื่อนไขธรรมชาติบางส่วนไป  ต่างจากวงจรธรรมชาติที่เป็นแบบจำลองที่รวมเอาทุกอย่างไว้ด้วยกัน  รวมถึงกำหนดซึ่งกันและกัน  ในกรณีซับไพร์ม  นั้นคือ  การละเลย “ความกลัว”  อันเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของมนุษย์เราเอง

 

หากคุณยังคงมี “ความกลัว”

คุณยังคงเป็นมนุษย์โดยธรรมชาติ

Read Full Post »