Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for สิงหาคม 25th, 2008

triamboy

หลายคนอาจสงสัยงงงวยกับประเด็นที่ผู้เขียนนำเสนอ  จะนำเสนอขั้นตอนการผลิต  และออกแบบตุ๊กตาหรือ  แล้วเสนอเพื่ออะไร …  จริงแล้วผู้เขียนตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยตรงของผู้เขียนตลอดระยะเวลา  4  ปีที่ผ่านมาในการทำกิจกรรมต่างๆ  ทั้งภายใน  และภายนอกมหาลัย  ได้มีโอกาสติดต่อผู้คนจำนวนมาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งรวมถึงศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

แรกเริ่มเดิมทีนั้นข้าพเจ้านั้นได้มีโอกาสเข้ามารับผิดชอบกิจกรรมตั้งแต่ชั้นปีที่  1   ทั้งในและนอกคณะ  งานที่ได้รับก็มีหลายรูปแบบตั้งแต่การวางแผน  การประสานงาน  การรวบรวมทีมงาน  รวมถึงการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับเพื่อน  พี่  และบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง  จนกระทั้งจบชั้นปีที่  2  ตลอดสองปีที่ผ่านมาทำให้ข้าำเจ้าได้เรียนรู้ว่า  แนวคิดทางสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมือง  โดยที่มีอุปทานเป็นตัวขับเคลื่อนยังสามารถพบได้ในชีวิตเรา  ณ  ปัจจุบันนี้  อาทิเช่น

 

เราทำกิจกรรมโดยอาศัยทรัพยากรจากแต่ละบุคคล  ครอบครัวมาร่วมลงทุนกัน โดยไม่ต้องมีสื่อกลาง  มีแรงจูงใจ  คือ  ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในอนาคต  (ไม่แน่นอน)  แต่ละคนได้เสียสละแรงกาย  ความคิด  เวลา  เงิน  ของใช้ที่บ้านต่างๆมากมายที่จำเป็นต่อการจัดกิจกรรมให้สำเสร็จลุล่วงไปด้วยดี

 

เราพยายามหาวิธีการผลิต  โดยที่ให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย  โดยที่มีเงื่อนไข  คือ  สิ่งของที่มีอยู่ในมือของทุกคน  เราพยายามสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ  ไม่ว่าแต่ละขั้นตอนต้องเพิ่มแรงงานมากเพียงใด  ต้องเพิ่มเวลามากอีกเท่าไหร่  แต่ดูเหมือนว่าเราก็เต็มใจที่จะทำมัน  และสนุกไปกับมัน

 

เราพอใจในผลงาน  ผลิตภัณฑ์ที่ออกมา  ไม่จำเป็นต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีที่สุด  ต้องแตกต่างที่สุด  หรือต้องตอบสนองต่อความต้องการของคนดู  หรือแม้แต่คนให้คะแนน    เรามีเพียงผลงานที่สามารถทำหน้าที่ของมันได้ดีที่สุดตามเจตนารมณ์ของคนทำกิจกรรม  (ผู้ผลิต)

 

เราไม่ได้ต้องการ  จำเป็น  หรือพึ่งพาต่อสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน  นั่นคือเงินนั่นเอง  เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรต่างๆ  เราใช้เงินในระดับที่พอเพียงต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมเท่านั้นเอง

 

ดูเหมือนว่าการทำกิจกรรมในรูปแบบนี้ขัดต่อกระแสของสังคมส่วนใหญ่ข้างนอกมหาวิทยาลัยอยู่มากที่มีแนวคิดสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมือง  โดยที่มีอุปสงค์เป็นตัวขับเคลื่อน  คือ

 

ต้องอาศัยทรัพยากรจากแหล่งที่ให้ต้นทุนต่ำสุด  มีแรงจูงใจ  คือ  ผลต่างระหว่างต้นทุน  และรายได้  หรือกำไร

 

ต้องหาวิธีการการผผลิตที่มีผลิตภาพสูงสุด  ผลตอบแทนจากวัตถุดิบสูงในขณะที่ต้นทุนต่ำที่สุด  ไม่สนว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไร  อะไรไม่มีก็ต้องสร้าง  ต้องผลิตขึ้นมา  อะไรมีแต่ไม่คุ้มไม่ต้องผลิต

 

ต้องสร้่างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีที่สุด  ต้องมีความโดดเด่น  แตกต่าง  ต้องตอบสนองต่อผู้บริโภค  คนที่มีสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

 

จำเป็น  และต้องใช้สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน  หรือเงินตรา  เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรต่างๆ  รวมถึงขั้นตอนต่างที่เกี่ยวเนื่องจนกว่าสินค้าถึงมือผู้รับ

 

หลังจากการมุ่งทำกิจกรรมสองปีที่ผ่านมาในคณะ  ข้าพเจ้าก็ได้รับโอกาสในการทำกิจกรรมนอกคณะ  และรวบถึงนอกมหาลัยด้วย  ทั้งหน่วยงานราชการ  เอกชน  และรัฐวิสาหกิจ  เป็นโอกาสที่ให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้  และเข้าใจกระแสภายนอกที่ไหลเข้ามาท่วมตัวเราตลอดเวลา   ได้เข้าไปเริ่มต้นตั้งแต่การวางแผนงานของกิจกรรมนั้น  ซึ่งถือเป็นกระบวนการท่ีสำคัญของการทำกิจกรรมต่างๆ  ข้าพเจ้าได้พบกับความประหลาดใจขึ้นครั้งแรกถึงกระบวนการวางแผนของบุคคลที่มีวัยวุฒิ  คุณวุฒิสูงกว่าเรามาก

 

“ผมอยากให้น้องลองสมมติตุ๊กตาขึ้น  จะได้เข้าใจมากขึ้น  น้องสมมติตุ๊กตาขึ้นมา  เราขายมันไปร้อยบาท  เราจะซื้อมาสัก  70  เดี๋ยวพี่ต่อรองกับผู้ผลิตเอง  เรื่องการผลิตนั้นรับรองได้ว่าคุณภาพเยี่ยม  เสียเว็ท  (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)  7  บาท  ให้หน่วยงาน  20  บาท  น้องเอาไปขายก็  3  บาท  โอเคป่าว  ไม่โอเคก้คุยกันได้”

 

จะเห็นได้ว่ามันคือ  “การแบ่งเค้กนั่นเอง”  การวางแผนแล้วส่วนใหญ่เกี่ยวกับแหล่งรายได้ของกิจกรรม  และเป็นเรื่องของสัดส่วนของรายได้ที่ต้องเสียไป  และส่วนที่เหลือ  และไม่ได้ให้ความสำคัญของวัตถุประสงค์ของกิจกรรม  หรือแม้กระทั่งกระบวนการทำกิจกรรม  ซึ่งผิดกับความคาดหวังที่วางไว้มาก  ข้าพเจ้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกี่ยวกับตุ๊กตาตรงไหน  นึกแล้วก็ยังสงสารตุ๊กตาเหลือเกิน  เข้าใจว่าตุ๊กตาคือสิ่งสมมติ  ทำขึ้นมาให้เหมือนจริง  ทั้งตามความเป็นจริง  และจินตนาการ  ด้วยเหตุนี้จึงใช้ตุ๊กตาเป็นตัวแทน

 

ข้อสังเกต

ทำไมเค้กแต่ละก้อนไม่ค่อยเท่ากัน  บางก้อนไม่สมเหตุสมผล  บางก้อนโตมากจนกินไปได้นานก็ไม่หมด  บางก้อนกินไม่นานก็หมด  บางก้อนถ้าแบ่งให้ดีก็กินได้นาน  นั่นคือ  ต้องมีคนอีกหลายคนรอแบ่งเค้กก้อนโตอยู่ข้างหลัง  จากกรณีตัวอย่าง  พบว่า  ในก้อน  70  บาท  มีการไปแบ่งเป็นสองส่วนอีกที  คือ  ส่วนนายหน้า  (คนที่เจรจากับทั้งสองส่วน  โดยไม่ให้เจอกัน  หรือปกปิด)  30  บาท  ส่วนผู้ผลิต  40  บาท  หรือนายหน้าคิดเป็นร้อยละ  43  ของก้อนใหญ่  ส่วนของผู้ผลิตยังไปแบ่งอีกหลายส่วนให้คนที่เกี่ยวข้อง  เช่น  เจ้าของโรงงาน  ลูกจ้าง  ตั้งแต่  เลขา  การเงิน  บัญชี  ออกแบบ  ผู้ใช้แรงงาน  ลองนำก้อนนี้มาพิจารณาดู  แล้วคิดว่าเจ้าของจะแบ่งอย่างเท่าเทียมกันเหรอ  ไม่มีทางที่เจ้าของจะได้ส่วนแบ่งน้อยกว่ากรรมกร  เพราะฉะนั้นลองจินตนาการเปรียบเทียบภาพระหว่างผลตอบแทนนายหน้า  และผู้ใช้แรงงานที่ผลิตผลงานนั้นออกมา  มันเป็นการตอบแทนที่ช่างยุติธรรมเหลือเกินสำหรับสังคมทุกวันนี้ที่ผู้ใช้แรงงานมีต้นทุนการเข้าถึงสูง  (ไม่มีโอกาสการเข้าถึงทรัพยากร)

 

มากกว่านั้นทุกคนในสังคมยังเต็มใจที่จะยกย่อง  สรรเสริญนายหน้า  คนกลาง แต่กลับดูแคลนผู้ใช้แรงงาน  ทั้งที่ทั้งสองส่วนไม่ได้ต่างกันที่เป็นมนุษย์  แต่เป็นมนุษย์ที่อุทิศทรัพยากรต่างกัน  คือ  แรงงาน  และความรู้  (เครือข่าย  รายชื่อผู้ซื้อขาย  ฯลฯ)  เพียงแค่หน้าที่ต่างกัน  สามารถชี้ชัดได้ว่าคนเรายืนอยู่กันคนละระดับชั้นบนพื้นโลกดวงเดียวกันนี้

เราควรทำความรู้จัก  “ตุ๊กตา” ที่แท้จริง  ก่อนที่จะรับมือกับมัน  !!!

Read Full Post »